วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

Deepfake AI ปลุกผี 'ซูฮาร์โต' ดึงนายพลเผด็จการช่วยหาเสียงเลือกตั้งอินโดฯ

Deepfake AI ปลุกผี 'ซูฮาร์โต' ดึงนายพลเผด็จการช่วยหาเสียงเลือกตั้งอินโดฯ

ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย 14 ก.พ. นี้ ยังเป็นการประชุนกันของ 'เอไอในการเมือง' ด้วย ถึงขั้นที่มีการคืนชีพ 'ซูฮาร์โต' ขึ้นมาช่วยหาเสียงให้คนเป็น

การปรากฎตัวของนายพล "ซูฮาร์โต" ที่มาช่วยหาเสียงให้พรรคโกลข่าร์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) เรียกเสียงฮือฮาจากหลายฝ่ายและกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

ความสนใจไม่ได้อยู่แค่การที่ซูฮาร์โตเป็นนายพลเผด็จการคนดังที่ปกครองประเทศด้วยกำปั้นเหล็กมานานกว่า 30 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเขาเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2008 ขณะมีอายุ 86 ปี 

นี่จึงถือเป็นการใช้เทคโนโลยี 'เอไอ ดีปเฟก' (Deepfake AI) ปลุกผีซูฮาร์โตขึ้นมาเล่นการเมืองอีกครั้งราวกับมีชีวิต และเป็นเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอในวงการการเมืองที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจ

AI ปลุกผีผู้นำเข้มแข็ง

"ผมคือซูฮาร์โต ประธานาธิบดีคนที่ 2 ของอินโดนีเซีย" คลิปเอไอดีปเฟกของซูฮาร์โตระบุ โดยภาพที่เห็นเหมือนกับอดีตนายพลของอินโดนีเซียทุกประการทั้งหน้าตา น้ำเสียง และลักษณะการพูด ทว่าแตกต่างกันเพียงแค่ซูฮาร์โตในคลิปนั้นแทบจะไม่ยิ้ม ในขณะที่ตัวจริงเป็นคนที่มักจะยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอแม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเผด็จการที่ปกครองอินโดนีเซียด้วยกำปั้นเหล็กมา 32 ปีก็ตาม 

Deepfake AI ปลุกผี 'ซูฮาร์โต' ดึงนายพลเผด็จการช่วยหาเสียงเลือกตั้งอินโดฯ

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า คลิปความยาว 3 นาทีนี้ ได้รับการแชร์ไปทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตั้งแต่ เฟซบุ๊ก เอ็กซ์ ติ๊กต็อก และยูทูบ โดยมียอดวิวรวมแล้วกว่า 4.7 ล้านครั้ง 

เออร์วิน อักซา รองหัวหน้าพรรคโกลข่าร์ กล่าวว่า ได้ทำคลิปเอไอดีปเฟกที่โคลนใบหน้าและน้ำเสียงของซูฮาร์โตขึ้นมา เพื่อเตือนใจให้คนตระหนักว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญแค่ไหน สำหรับพรรคแล้วซูฮาร์โตเป็นผู้ที่นำความสำเร็จมาสู่ประเทศ ซึ่งชาวอินโดนีเซียต้องเคารพและระลึกถึงสิ่งที่อดีตผู้นำรายนี้ทำให้ประเทศชาติ 

โกลข่าร์เป็น 1 ใน 18 พรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและเลือกตั้งท้องถิ่น หวังกวาดคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิออกเสียงกว่า 200 ล้านคนในอินโดนีเซีย แม้จะไม่ได้ส่งตัวแทนลงชิงเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่พรรคก็ประกาศสนับสนุน "ปราโบโว ซูเบียนโต" อดีตนายพลในยุคของซูฮาร์โต ซึ่งกำลังเป็นตัวเต็งตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซียในขณะนี้ ด้วยคะแนนนิยมมากกว่า 50% 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ชาวอินโดนีเซียทุกคนที่เห็นด้วยกับคลิปหาเสียงของพรรค ซึ่งนอกจากจะมีกลุ่มคนที่ไม่ชอบนายพลซูฮาร์โตเพราะมองว่าเป็นจอมเผด็จการที่ออกไปด้วยแรงขับไล่ของประชาชนแล้ว คนอีกส่วนหนึ่งยังไม่เห็นด้วยกับการนำเทคโนโลยี Deepfake มาใช้แบบนี้ด้วย 

"ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เราก้าวข้ามเรื่องจริยธรรมและสร้างดีปเฟกจากคนที่ตายไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก" ชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งให้ความเห็น 


AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ในการเมืองอินโดนีเซีย

โลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญอย่างมากกับการเมืองอินโดนีเซีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และทำให้มีพรรคการเมืองหลายแห่งต่างใช้เอไอและ Deepfake ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

อานีส์ บาสเวดัน อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้ หาเสียงโดยใช้แชตบอตของค่าย OpenAI ให้คอยตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายของเขาใน WhatsApp แม้เจ้าตัวจะเตือนไม่ให้ใช้เอไอในการเลือกตั้ง หลังจากที่เขาเคยตกเป็นเหยื่อของ "เสียง" ที่สร้างจากเทคโนโลยี Deepfake เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

Deepfake AI ปลุกผี 'ซูฮาร์โต' ดึงนายพลเผด็จการช่วยหาเสียงเลือกตั้งอินโดฯ

รมว.กลาโหม ซูเบียนโต ที่เป็นตัวเต็งประธานาธิบดีรอบนี้หลังชวดศึกเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้า เป็นหนึ่งในคนที่ใช้เอไอเพื่อทำสื่ออนิเมชันแนว "มุ้งมิ้ง" และสไตล์แนว "เคป๊อบ" ออกมาดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยต่ำกว่า 40 ปี ตามโซเชียลมีเดียที่นำโดยแพลตฟอร์ม "ติ๊กต็อก" โดยถือเป็นฐานเสียงกลุ่มใหญ่ที่มีสิทธิเลือกตั้งถึง 114 ล้านคน 

โซ เจน มาร์ชิง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย SOAS กล่าวว่า ความนิยมในวิดีโอซูฮาร์โตบ่งบอกถึง "มรดก" ที่เจ้าตัวทิ้งไว้หลังปกครองมานานกว่า 30 ปี และแสดงให้เห็นว่าซูฮาร์โตมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับอินโดนีเซียในปัจจุบัน แม้เจ้าตัวจะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงมีผู้สนับสนุนมากมาย และมีจิตวิญญาณของซูฮาร์โตอยู่ในอินโดนีเซีย 

ความเห็นนี้สอดคล้องกับชาวอินโดนีเซียวัย 55 ปี แอนตัน ปราทามา ซึ่งเติบโตมาในยุคที่ซูฮาร์โตเรืองอำนาจ 

"คลิปวิดีโอที่ทำขึ้นจากเอไอนี้ไม่ได้สำคัญที่ได้เจอซูฮาร์โตอีกครั้งหรือเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ซูฮาร์โตและอุดมการณ์ของเขากำลังได้รับความนิยมในประเทศอีกครั้ง"