เทรนด์เงียบ AI เลย์ออฟคน เทคคอมพานีระดับโลกเลิกจ้างทีละน้อย 'แต่บ่อยครั้ง'

เทรนด์เงียบ AI เลย์ออฟคน เทคคอมพานีระดับโลกเลิกจ้างทีละน้อย 'แต่บ่อยครั้ง'

บริษัททั่วโลกเลิกจ้างรับต้นปี 2567 แล้วหลายหมื่นคน นำโดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขนส่ง การเงิน และค้าปลีก ปัจจัยเศรษฐกิจยังคงเป็นสาเหตุหลัก แต่นักวิเคราะห์เชื่อบริษัทกำลังเริ่มใช้ 'เอไอ' แทนคนอย่างเงียบๆ ไม่เปิดเผย

สถานการณ์เลิกจ้างในต่างประเทศร้อนแรงตั้งแต่เริ่มต้นปี 2567 โดยยังไม่เลิกจ้างหลักหมื่นคนในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี หรือ แมสเลย์ออฟ เหมือนปี 2566 แต่เมื่อรวมทุกอุตสาหกรรมนอกเหนือจากบริษัทเทคโนโลยีแล้วแค่ 2 เดือนแรกปีนี้ เลิกจ้างทั่วโลกไปแล้วหลายหมื่นคน นำโดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยี, ขนส่งและโลจิสติกส์, การเงินและค้าปลีก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างข้อมูลจาก เลย์ออฟส์.เอฟวายไอ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ติดตามการปลดพนักงานว่า จนถึงขณะนี้มีการเลิกจ้างพนักงานด้านเทคโนโลยีแล้ว 32,000 ตำแหน่ง ในปี 2567

เว็บไซต์ติดตามการปลดพนักงานเลย์ออฟส์.เอฟวายไอ ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีพยายามแก้ไขการจ้างงานที่มากไปช่วงโควิด เพราะดอกเบี้ยสูงและภาวะตกต่ำของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกินเวลานานกว่าคาด แม้ปัจจัยเศรษฐกิจเป็นเหตุผลหลักในการเลิกจ้างพนักงานด้านเทคโนโลยี แต่หลายบริษัทชี้ว่าการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เป็นอีกหนึ่งปัจจัย เพราะหลายบริษัททุ่มทรัพยากรให้กับเอไอ

บริษัทชาเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค.2566 มีเลิกจ้างในสหรัฐเพราะเอไอมากกว่า 4,600 ราย แต่คาดว่าเยอะกว่านี้ โดยหลายบริษัทเลี่ยงให้เหตุผลว่าเลิกจ้างและใช้เอไอแทนเพราะไม่ต้องการตื่นตระหนกในสังคม

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลายบริษัทให้เหตุผลส่วนหนึ่งเลิกจ้างเพราะเทคโนโลยีแต่เลี่ยงคำว่าเอไอ เช่น กองทุนแบล็กร็อกเลิกจ้าง 600 คน เมื่อเดือน ม.ค. โดยนายแลร์ลี ฟิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้เหตุผลเลิกจ้างครั้งนี้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีใหม่อาจพร้อมเปลี่ยนอุตสาหกรรมการเงินและอุตสาหกรรมอื่น

ทั้งนี้คาดว่ามีตำแหน่งงานอีกมากถูกเลิกจ้างเพราะเอไอ เพียงแต่ไม่ระบุเพราะจะเป็นพาดหัวข่าวเป็นเดือน ซึ่งไม่มีบริษัทไหนอยากเป็นข่าว โดยบริษัทไอบีเอ็ม ซึ่งนายอาร์วิน กฤษณา ซีอีโอของบริษัท เคยเปิดเผยกับบลูมเบิร์กปีที่แล้วว่า มีแผนระงับจ้างงานและอาจเปลี่ยนมาใช้เอไอแทน ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก ก่อนที่โฆษกไอบีเอ็มจะออกมาระบุว่าไม่ระงับการจ้างงาน และคงจำนวนพนักงานเท่าเดิมในปี 2566

ขณะที่บริษัทยูพีเอส ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่งเลิกจ้าง 12,000 ราย เยอะสุดในประวัติศาสตร์ 116 ปีของบริษัทนั้น นางแครอล โทเม ซีอีโอ กล่าวว่า เทคโนโลยีใหม่ เช่น เอไอช่วยให้ฝ่ายขายประเมินราคาได้ทันที โดยไม่ต้องถามผู้เชี่ยวชาญด้านราคา ก่อนที่โฆษกบริษัทจะให้ข่าวภายหลังว่าการเลิกจ้างไม่เกี่ยวข้องกับเอไอ

เทรนด์เงียบ AI เลย์ออฟคน เทคคอมพานีระดับโลกเลิกจ้างทีละน้อย 'แต่บ่อยครั้ง'

นายจอห์นนี เทย์เลอร์ ซีอีโอบริษัทโซไซตี ฟอร์ ฮิวแมน รีซอร์ส แมเนจเมนท์ กล่าวว่า ไอบีเอ็มเป็นตัวอย่างที่เผยต่อสาธารณะและถูกวิจารณ์หนัก ดังนั้นบริษัทอื่นจึงเลิกจ้างเงียบๆ หรือบางแห่งชะลอจ้างงานใหม่ ซึ่ง 3 ปีข้างหน้าอาจเห็นบริษัทจำนวนมากมีองค์กรกะทัดรัด

ทั้งนี้ การเลิกจ้างที่เกี่ยวกับเอไอส่วนใหญ่จำกัดอยู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี เช่น บริษัทดรอปบ็อกซ์ ที่ทำธุรกิจการจัดเก็บข้อมูล บริษัทดูโอลิงโก ที่ทำธุรกิจแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์เรียนภาษาออนไลน์ และบริษัทคลาร์นา จากสวีเดนที่ทำธุรกิจซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL)

อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของบริษัทอัลฟาเบธและกูเกิล ระบุในบันทึกข้อความภายในองค์กรล่าสุดว่า จะเลิกจ้างตามมาอีกมากในปีนี้ เนื่องจากบริษัทยังคงปรับทิศทางการลงทุนใหม่หลายด้านรวมถึงเอไอ

บริษัทเทคโนโลยีเลย์ออฟต่อเนื่องอีกปี

ปีนี้กลุ่มบริษัทเทคโนโลยียังไม่มีรายไหนเลิกจ้างหลักหมื่นเหมือนปีที่แล้ว มีเพียงบริษัทซอฟต์แวร์จากเยอรมนี “เอสเอพี” ที่ปรับโครงสร้าง ซึ่งกระทบตำแหน่งงานถึง 8,000 อัตรา ในจำนวนนี้จะมีทั้งที่ถูกเลิกจ้างและถูกโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่นำโดย “อัลฟาเบท” เป็นบริษัทแม่ของกูเกิล และบริษัท “อเมซอนดอตคอม” คือ การทยอยเลิกจ้างทีละน้อยแต่บ่อยครั้งและต่อเนื่อง โดยอัลฟาเบทเลิกจ้างบริษัทในเครือแล้ว 4 ครั้ง ช่วง 2 เดือนนี้ เช่น ฝ่ายธุรกิจฮาร์ดแวร์ ฝ่ายขายและโฆษณา ยูทูบ และฝ่ายกูเกิล เอ็กซ์ ซึ่งแต่ละครั้งแทบไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่รวมแล้วคาดว่าเลิกจ้างแล้วพันคน

เทรนด์เงียบ AI เลย์ออฟคน เทคคอมพานีระดับโลกเลิกจ้างทีละน้อย 'แต่บ่อยครั้ง'

ด้านอเมซอนดอตคอมเลิกจ้างหลายแผนกหรือในหลายบริษัทลูกเช่นกัน อาทิ แพลตฟอร์มทวิตช์, อเมซอนไพรม์และสตูดิโอเอ็มจีเอ็ม, บายวิธไพรม์, และกลุ่มการแพทย์ในบริษัทวัน เมดิคอล และอเมซอน ฟาร์มาซี รวมแล้วเป็นหลักพันคน

สำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่เลิกจ้างหลักพันปีนี้มีหลายบริษัท อาทิ “ไมโครซอฟท์” ปลดพนักงาน 1,900 คน หรือ 8% จากแผนกเกมและบริษัทในเครือที่เพิ่งซื้อกิจการมา เช่น แอคทิวิชัน บลิซซาร์ด ส่วนบริษัทฟินเทค “เพย์พาล” เตรียมลดพนักงาน 2,500 คน และบริษัท “ซิสโก้” จะประกาศการปลดหลายพันคนสัปดาห์นี้ เพราะบริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับโอกาสในการสร้างการเติบโตสูง

ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่เลิกจ้างหลักร้อย เช่น “สแนป อิงค์” (Snap) ที่ลดจำนวนพนักงานลง 10% หรือ 540 คน บริษัทซอฟต์แวร์ “อ๊อกตา อิงค์” ที่เลิกจ้างพนักงาน 7% เพื่อลดต้นทุน ซึ่งกระทบพนักงาน 400 คน

บริษัทขนส่ง ‘ยูพีเอส’เลย์ออฟ 12,000 คน

“ยูพีเอส” บริษัทรับส่งพัสดุรายใหญ่ที่สุดในโลก มีแผนเลิกจ้างพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง และเตรียมทบทวนแผนธุรกิจใหม่ของบริษัทไคโยตี ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือ เพื่อลดต้นทุน 1 พันล้านดอลลาร์ เนื่องมาจากความยากลำบากและน่าผิดหวังของธุรกิจเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งปริมาณการขนส่ง รายได้ และกำไรจากการดำเนินงานลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท

กลุ่ม‘การเงิน’เลย์ออฟหนัก 3 หมื่นคน

ธนาคารซิตี้กรุ๊ป เตรียมปลดพนักงาน 20,000 คน ตลอด 2 ปีข้างหน้า โดยปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อลดค่าใช้จ่าย 2.5 พันล้านดอลลาร์ ระยะยาวหลังจากขาดทุนถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา

สถานการณ์ที่ย่ำแย่ของภาคธนาคารไม่จำกัดแค่สหรัฐ “ดอยซ์แบงก์” ธนาคารรายใหญ่จากเยอรมนี ประกาศการเลิกจ้าง 3,500 ราย จากพนักงานทั้งหมด 89,000 คนทั่วโลก เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2567 เพื่อลดรายจ่ายให้ได้ตามเป้าหมาย หลังจากกำไรไตรมาส 4 ลดลง 30%

ด้านธนาคาร “ลอยด์ส” ในอังกฤษ ประกาศเลิกจ้างพนักงานตามสาขา 1,600 คน เพื่อปรับโครงสร้างและมุ่งบริการออนไลน์ ขณะที่ “โซซิเอเต เจเนราล” ธนาคารรายใหญ่อันดับ 3 ในฝรั่งเศส ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 900 คนในฝรั่งเศสโดยสมัครใจ

กลุ่มค้าปลีกทยอยปิดห้าง-รัดเข็มขัด

“เมซีส์ อิงค์” เชนห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ในสหรัฐ ประกาศปลด 2,350 ตำแหน่ง หรือ 3.5% ของพนักงานทั้งหมด และปิดห้างไป 5 สาขา โดยมีปัญหาถูกดิสรัปต์จากอีคอมเมิร์ซ ขณะที่ “เวย์แฟร์” ห้างค้าปลีกสินค้าเครื่องใช้ในบ้านออนไลน์ในสหรัฐ ลดคน 13% หรือ 1,650 คน เพื่อลดโครงสร้างและประหยัดค่าใช้จ่ายหลังจ้างงานมากไปช่วงโควิด

เทรนด์เงียบ AI เลย์ออฟคน เทคคอมพานีระดับโลกเลิกจ้างทีละน้อย 'แต่บ่อยครั้ง'

ส่วนฝั่งยุโรปนั้น บริษัทค้าปลีกแฟชั่นสวีเดน “เอชแอนด์เอ็ม” ปิดสาขามากกว่า 1 ใน 5 หรือ 28 แห่ง และเลิกจ้าง 588 คนในสเปน ขณะที่ "จอห์นลูอิส แอนด์ เวทโรส” ห้างสรรพสินค้าอังกฤษเตรียมปลด 11,000 คน หรือ 10% ใน 5 ปี หลังผู้ซื้อลดการใช้จ่ายทำให้ขาดทุนมาก

ขณะที่แบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้าและเครื่องสำอางรัดเข็มขัดตั้งแต่ต้นปีนี้ เช่น “ลีวาย สเตราส์” เลิกจ้าง 10-15% ทั่วโลกมีผลครึ่งปีแรก เพื่อปรับโครงสร้างและรับมือยอดขายชะลอลง ส่วนบริษัทเครื่องสำอาง “เอสเต ลอเดอร์” จะเลิกจ้างรอบใหม่ทั่วโลก 3-5% จากพนักงาน 6 หมื่นคน เพื่อลดต้นทุนและพยุงกำไรที่ลดลง หลังจากลูกค้าจีนลดซื้อเครื่องสำอางราคาแพง

ยานยนต์น่าห่วงในกลุ่ม ‘รถอีวี’

“สเตลแลนทิส” เลย์ออฟแล้ว 2 รอบ ในเดือนนี้ คือ เลย์ออฟพนักงานชั่วคราว 2,250 คน ที่โรงงานในอิตาลีที่ผลิตรถเฟียตและมาเซราติ ส่วนอีกล็อต 539 คน ที่โรงงานหลายแห่งในสหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอีวีที่ชะลอในปีที่แล้ว

“ฟอร์ด มอเตอร์” จะลดพนักงานส่วนผลิตปิกอัพไฟฟ้า F-150 ไลท์นิ่ง ลงครึ่งหนึ่ง กระทบพนักงาน 1,400 คน แต่จะจ้างใหม่เพิ่ม 900 และเพิ่มพนักงานอีก 700 คน ในโรงงานที่มิชิแกนเพื่อเพิ่มการผลิตรถปิกอัพและเอสยูวี

ขณะที่ “เทสลา อิงค์” ผู้ผลิตอีวีเตรียมเลิกจ้างอีกระลอกหลังจากบรรดาผู้จัดการถูกขอให้ยืนยันว่าตำแหน่งงานพนักงานแต่ละคนมีความสำคัญหรือไม่

กลุ่มสื่อยังเลิกจ้างต่อเนื่อง

นิตยสารกีฬาอายุเกือบ 70 ปีในสหรัฐ “สปอร์ตส์ อิลลัสเทรตด์” ส่งสัญญาณเลิกจ้างเกือบทั้งบริษัทเพราะบริษัทอารีนาเจ้าของลิขสิทธิ์การพิมพ์จ่ายค่าลิขสิทธิ์ไม่ได้จนยกเลิกสิทธิการพิมพ์ ส่วนหนังสือพิมพ์ “ลอสแอนเจลิส ไทม์ส” เตรียมเลิกจ้างพนักงานกองบรรณาธิการ 100 คน ลดคนต่อเนื่องหลังประกาศเลิกจ้าง 13% เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา ขณะที่ “สกาย กรุ๊ป” สื่ออังกฤษ เตรียมเลิกจ้าง 1,000 คน ปีนี้

ด้าน “ยูนิเวอร์แซล มิวสิก กรุ๊ป” ค่ายเพลงสังกัดของเทย์เลอร์ สวิฟท์ เตรียมเลิกจ้างอีกหลายร้อยคนไตรมาสแรก ขณะที่ค่าย “วอร์เนอร์ มิวสิก” ประกาศเลิกจ้าง 600 คน พร้อมขายธุรกิจสื่อดิจิทัลบางส่วนออกไป

ที่มา: Bloomberg, กรุงเทพธุรกิจรวบรวม