วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวจีน'รัดเข็มขัด'-'เลี่ยงเดินทาง'ถ่วงอุตฯท่องเที่ยวเอเชียฟื้นช้า

ตลาดแรงงานที่ซบเซาและความไม่มั่นคงของรายได้ในอนาคตเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศ

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนักของเอเชียกำลังฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวเต็มที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19

หลังรัฐบาลปักกิ่งยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศในภูมิภาคยังไม่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนเทียบเท่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 เลย เนื่องจากเศรษฐกิจหยุดชะงักทำให้หลายคนต้องรัดเข็มขัดการเงินของตนเองและอยู่บ้านมากขึ้น

ข้อมูลสถิติจาก 10 ประเทศในภูมิภาค แสดงให้เห็นว่าในเดือน ต.ค. ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนไม่ถึง 1.6 ล้านคนลดลง 64%

จากเดือน ต.ค. ในปี 2562 ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนใน 10 ประเทศนั้น ยังไม่นับรวมในประเทศไทย

ส่วนทางการไทยเผยว่า ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนประมาณ 11 ล้านคน แต่ช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนเพียง 2.8 ล้านคน

จีนเคยเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับต้นๆ ของประเทศในเอเชียหลายแห่ง เช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงจึงกระทบต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดโควิด-19

ขณะที่เวียดนามมีนักท่องเที่ยวเยือน 1.1 ล้านคนในเดือน ต.ค. น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 500,000 คน และนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนเวียดนามลดลง 410,000 คน

เกาหลีใต้ก็มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเพียง 380,000 คน ในเดือน ต.ค. ต่ำกว่ายอดนักท่องเที่ยวเมื่อ 4 ปีก่อน และนักท่องเที่ยวจีนลดลง 290,000 คน และเวียดนามกับเกาหลีใต้ก็เป็นสองประเทศที่การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงตามหลังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

แม้บางประเทศ มียอดนักท่องเที่ยวไปเยือนมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ก็ยังประสบปัญหาดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนอยู่ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น ที่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนในเดือน ต.ค. ลดลง 470,000 คน เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562

ชาวจีน'รัดเข็มขัด'-'เลี่ยงเดินทาง'ถ่วงอุตฯท่องเที่ยวเอเชียฟื้นช้า
 

อย่างไรก็ตาม เมื่อคนจีนเดินทางไปต่างประเทศ พวกเขาพอใจที่จะท่องเท่ี่ยวสถานที่ที่ใกล้บ้านมากกว่าตามรายงานของไชนา ทัวริซึม อคาเดมี ระบุ นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศ 60% เลือกไปเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งประเทศไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่คนจีนชื่นชอบ

“หยิง จาง” นักวิเคราะห์วิจัยจากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต บอกว่า ตลาดแรงงานที่ซบเซาและความไม่มั่นคงของรายได้ในอนาคตเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศ

จาง เผยกับนิกเคอิเอเชียผ่านอีเมลว่า “การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนจะชอละตัว และไม่อาจฟื้นตัวเท่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด จนถึงต้นปี 2568”

“จี ซัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ทริปดอทคอม กรุ๊ป บริษัทบริการด้านการท่องเที่ยวสัญชาติจีน เผยเมื่อเดือน พ.ย. ว่า ระยะเวลาขอวีซ่าที่นานและบริการเที่ยวบินที่ฟื้นตัวเพียง 50% ในไตรมาสสาม เป็นสองอุปสรรคสำคัญที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจท่องเที่ยวต่างประเทศ

ข้อมูลจากซิเรียม บริษัทวิจัยการบิน ระบุ จำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนและจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในเอเชียส่วนใหญ่ ยังคงให้บริการน้อยกว่าระดับในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการจากจีนไปอินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ในไตรมาสสี่ ยังคงต่ำกว่าระดับในช่วงปี 2562 50% 

ขณะที่เที่ยวบินจีนไปกัมพูชาฟื้นตัวเพียง 22% ของช่วงปีเดียวกัน และนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ของยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในกัมพูชาเมื่อเดือนต.ค. ลดลง 22% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562

สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจ จางเผยว่าชาวจีนต่างเลือกท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยข้อมูลสถิติทางการแสดงให้เห็นว่า จีนมีการเดินทางในประเทศสูงถึง 3.7 ล้านทริปในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ ลดลงเพียง 20% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 และใช้จ่ายที่ระดับ 3.69 ล้านล้านหยวน เทียบเท่า 85% ของระดับการใช้จ่ายในช่วง 4 ปีก่อน

“ไอวี ลี” ชาวจีนวัย 26 ปีที่เลือกท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานของจีน บอกว่า สองสามปีที่ผ่านมา ตนพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศคล้าย หรือดีกว่าสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศเสียอีก และสิ่งที่กังวลมากที่สุดคือความปลอดภัยในการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะการหลอกลวงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชาวจีนหลายคนในโซเชียลมีเดียต่างแสดงความกังวลต่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น กัมพูชา แดนแห่งแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ที่บังคับคนให้ไปเป็นแรงงาน ขณะที่ไทย ประเทศยกเว้นวีซ่าชั่วคราวให้ชาวจีน เกิดเหตุกราดยิงใจกลางกรุงเทพมหานครเมื่อเดือน ต.ค. ซึ่งอาจฉุดจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

อย่างไรก็ตาม ยอดจองท่องเที่ยวในต่างประเทศช่วงวันปีใหม่จีนเติบโตมากกว่าช่วง 1 ปีที่ผ่านมา 20 เท่า และจุดหมายปลายทางที่ชาวจีนนิยมไปมากที่สุดคือกรุงโตเกียว กรุงโซล กรุงเทพฯ โอซากา และสิงคโปร์