'นิวซีแลนด์' แบนมือถือในห้องเรียน แก้วิกฤตเด็กอ่าน-เขียนไม่ออก

'นิวซีแลนด์' แบนมือถือในห้องเรียน แก้วิกฤตเด็กอ่าน-เขียนไม่ออก

นิวซีแลนด์ เอาจริง ประกาศกฎใหม่ห้ามพกโทรศัพท์มือถือเข้าห้องเรียน หลังผลสำรวจล่าสุดเข้าขั้นวิกฤตพบเด็กอายุ 15 มากถึง 1 ใน 3 แทบจะอ่าน/เขียนหนังสือไม่ออก

นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลูซอน ของ นิวซีแลนด์ ประกาศกฎระเบียบใหม่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ห้ามเด็กนักเรียนพกโทรศัพท์มือถือเข้าห้องเรียน "ในโรงเรียนทั่วประเทศ" โดยหวังเอาจริงมุ่งแก้ปัญหาอัตราการอ่านออกเขียนได้ที่ตกต่ำลง  

นายกฯ นิวซีแลนด์ กล่าวว่า การออกกฎห้ามครั้งนี้จะช่วยหยุดพฤติกรรมการรบกวนสมาธิและช่วยให้เด็กๆ สามารถโฟกัสไปที่การเรียนได้อย่างเต็มที่

"เราจะแบนโทรศัพท์มือถือในโรงเรียนทั่วประเทศนิวซีแลนด์ เราต้องการให้เด็กๆ ของเราได้เรียน และให้ครูได้สอนหนังสือ" ลูซอนกล่าว 

ก่อนหน้านี้ ลูซอนซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้ประกาศเอาไว้ว่า จะประกาศนโยบายห้ามพกมือถือเข้าห้องเรียนเป็นหนึ่งในนโยบายแรกๆ ที่จะลงมือทำในช่วง 100 วันแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง 

'นิวซีแลนด์' แบนมือถือในห้องเรียน แก้วิกฤตเด็กอ่าน-เขียนไม่ออก

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการอ่านออกเขียนได้ (literacy) สูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง แต่อัตราดังกล่าวเริ่มตกต่ำลงจนถึงจุดที่บรรดานักวิจัยในประเทศกลัวว่าการศึกษาในห้องเรียนจะเข้าสู่ "ช่วงวิกฤต"

นักวิจัยจากมูลนิธิเอ็ดยูเคชันฮับ เปิดเผยว่า อัตราการอ่านออกเขียนได้ของนิวซีแลนด์ในปี 2022 กำลังเข้าขั้นวิกฤตเมื่อผลสำรวจพบว่า เด็กอายุ 15 ปี มากถึง 1 ใน 3 แทบจะไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือในบททดสอบได้ 

ทั้งนี้ การเปลี่ยนขั้วการเมืองใหม่ในนิวซีแลนด์จากอดีตนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาเดิร์น มาเป็นสายอนุรักษ์นิยม ส่งผลให้มีการเปลี่ยนนโยบายสำคัญๆ หลายอย่างด้วย เช่น การยกเลิกกฎห้ามขายบุหรี่ที่ออกมาเมื่อปี 2008 และการกลับมาอนุญาตให้มีการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งประเทศอีกครั้ง