background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘OceanGate’ ผู้สร้างเรือไททัน คิดการใหญ่ ส่งคนไปอยู่ ‘ดาวศุกร์’ ภายในปี 2593

‘OceanGate’ ผู้สร้างเรือไททัน คิดการใหญ่ ส่งคนไปอยู่ ‘ดาวศุกร์’ ภายในปี 2593

แม้ผ่านเหตุการณ์เรือไททันระเบิดไปไม่นาน บริษัท OceanGate ออกโครงการใหม่ คิดแผนใหญ่ส่งมนุษย์ไปอยู่บนชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ ซึ่งเต็มไปด้วยกรดกำมะถัน แล้วอะไรที่ทำให้ OceanGate เลือกไปดาวศุกร์มากกว่าดาวอังคารและดวงจันทร์

Key Points

  • ภายในดาวศุกร์เต็มไปด้วยภูเขาไฟหลายพันแห่ง มีการปะทุอยู่เป็นระยะ และมีความกดอากาศสูงประมาณ 90 เท่าของความกดอากาศบนพื้นผิวโลก
  • ภาวะเรือนกระจกที่หนาแน่น ทำให้ดาวศุกร์กลายเป็นดาวร้อนที่สุดในระบบสุริยะ สูงถึง 480 องศาเซลเซียส
  • “แรงโน้มถ่วง” ของดาวศุกร์อยู่ที่ประมาณ 1G ใกล้เคียงโลกมากที่สุด ขณะที่ดวงจันทร์ มีแรงโน้มถ่วงเท่ากับ 0.17G และดาวอังคารมีแรงโน้มถ่วงที่ 0.38G


จากโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้โดยสาร 5 คนในเรือไททันของบริษัท “OceanGate” ซึ่งลงไปสำรวจซากเรือไททานิกเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตรวมถึง “สต็อกตัน รัช” (Stockton Rush) ผู้ก่อตั้งบริษัท OceanGate ด้วยนั้น

แต่ล่าสุด กิลเยร์โม โซห์นไลน์ (Guillermo Söhnlein) ผู้ร่วมก่อตั้ง OceanGate ยังไม่ย่อท้อ และเตรียมแผนการใหญ่คือ การส่งมนุษย์ 1,000 คนขึ้นไปอาศัยบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ภายในปี 2593

สำหรับเหตุผลที่โซห์นไลน์ตัดสินใจส่งมนุษย์ไปดาวศุกร์ แทนที่จะเป็นดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด หรือดาวอังคารเหมือนกับแนวคิดของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของบริษัทสำรวจอวกาศ SpaceX นั้น เป็นเพราะ “แรงโน้มถ่วง” ซึ่งดาวศุกร์อยู่ที่ประมาณ 1G ใกล้เคียงโลกมากที่สุด ขณะที่ดวงจันทร์ มีแรงโน้มถ่วงเท่ากับ 0.17G และดาวอังคารมีแรงโน้มถ่วงที่ 0.38G

  • สภาพแวดล้อมดาวศุกร์เหมือน “เตาหลอม”

ดาวศุกร์นับเป็นดาวลำดับที่ 2 ในระบบสุริยะซึ่งอยู่ถัดจากดาวพุธที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด  ด้วยความที่ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศที่เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกรดซัลฟิวริกหรือกรดกำมะถันอันหนาทึบ จึงทำให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาถูกกักเก็บไว้ภายใต้ผืนผิว ดาวศุกร์จึงกลายเป็นดาวร้อนที่สุดในระบบสุริยะ สูงถึง 480 องศาเซลเซียส จนได้ฉายาว่าเป็น “ดาวแห่งเตาหลอมเหล็ก”  

‘OceanGate’ ผู้สร้างเรือไททัน คิดการใหญ่ ส่งคนไปอยู่ ‘ดาวศุกร์’ ภายในปี 2593

- ลักษณะดาวศุกร์ (เครดิต: NASA) -

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในดาวยังเต็มไปด้วยภูเขาไฟหลายพันแห่ง มีการปะทุอยู่เป็นระยะ และมีความกดอากาศสูงประมาณ 90 เท่าของความกดอากาศบนพื้นผิวโลก หรือเท่ากับความกดดันที่ระดับความลึก 1,000 เมตรใต้มหาสมุทรโลก

จากสภาพอันหฤโหดของดาวศุกร์ดังกล่าว เบเลน โอ (Belen Ou) วิศวกรเครื่องกลแห่งมหาวิทยาลัย Northeastern ซึ่งทำงานด้านโดรนที่อาจใช้ในการลงจอดบนดาวศุกร์ กล่าวว่า “ดาวศุกร์เปรียบเหมือนนรกบนดิน

‘OceanGate’ ผู้สร้างเรือไททัน คิดการใหญ่ ส่งคนไปอยู่ ‘ดาวศุกร์’ ภายในปี 2593 - พื้นผิวดาวศุกร์ (เครดิต: NASA) -

  • ทำไมไป “ดาวศุกร์” ทั้งที่อันตราย

โซห์นไลน์ยังมองว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบัน เชื่อได้ว่าในอนาคต มนุษย์จะสามารถเอาชนะและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายในดาวอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นรังสี อุณหภูมิ แรงกดดัน อาหาร น้ำ อากาศสำหรับหายใจ ฯลฯ แต่ไม่ใช่สำหรับ “แรงโน้มถ่วง” ที่มนุษย์จะสามารถสร้างได้เองบนดาว

โซห์นไลน์เสริมว่า แรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่า 1G ถือเป็นความเสี่ยงที่มนุษย์ในปัจจุบันอาจไม่สามารถสืบพันธุ์ หรือทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ขึ้น ซึ่งจะทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์จบสิ้นลงในรุ่นแรก หากไปอาศัยในดาวอังคารหรือดวงจันทร์

  • แผนตั้งอาณานิคมบนดาวศุกร์

บริเวณที่บริษัท OceanGate จะส่งมนุษย์ไปอาศัย ไม่ใช่อยู่บนพื้นผิวดาวศุกร์ที่ร้อนถึง 480 องศาเซลเซียส แต่เป็นการอาศัยที่ “ชั้นบรรยากาศดาวศุกร์” ซึ่งอยู่เหนือพื้นผิวดาวขึ้นไป 50 กิโลเมตร ในรูปแบบ “เมืองลอยได้” คล้ายในภาพยนตร์ “Star Wars”

‘OceanGate’ ผู้สร้างเรือไททัน คิดการใหญ่ ส่งคนไปอยู่ ‘ดาวศุกร์’ ภายในปี 2593

- OceanGate จะส่งมนุษย์ไปอาศัยที่ชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ ซึ่งหนาแน่นไปด้วยกรดซัลฟิวริก (เครดิต: Johns Hopkins University Applied Physics Laboratory) -

ที่ชั้นบรรยากาศนี้ แม้จะหนาแน่นไปด้วยกรดซัลฟิวริก แต่มีแรงโน้มถ่วงและความกดดันใกล้เคียงกับโลก อุณหภูมิประมาณ 25-50 องศาเซลเซียส และภาวะเรือนกระจกที่หนาของดาวยังช่วยกรองรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์

ส่วนอันตรายจากกรดซัลฟิวริกและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทาง OceanGate กำลังพัฒนาอุปกรณ์ช่วยหายใจและเครื่องแบบทนทานต่อกรดสูง แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมากนัก

จึงเป็นที่น่าติดตามต่อสำหรับโครงการแสวงหา “บ้านใหม่” ของบริษัท OceanGate ในยุคที่มนุษย์มีการบริโภคมหาศาล แต่โลกมีทรัพยากรจำกัด อีกทั้งยังมีความเสี่ยงทางภัยพิบัติครั้งใหญ่ในอนาคต การมีบ้านสำรองอาจจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้

อ้างอิง: humans2venushumans2venus(2)popularmechanicsnasa