วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธนาคารโลกชี้'เงินเฟ้อด้านอาหาร'ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก

ธนาคารโลกชี้'เงินเฟ้อด้านอาหาร'ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก โดยราคาธัญพืชสำคัญและเมล็ดพืชให้น้ำมันที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนราคาข้าวสาลีสัญญาล่วงหน้าพุ่ง 3% ในวันที่ 17 ก.ค.

ธนาคารโลกเผยรายงานความคืบหน้าด้านความมั่นคงทางอาหารบนเว็บไซต์ว่า เงินเฟ้อจากราคาอาหารภายในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วโลก ขณะที่เวียดนามเร่งสร้างความมั่นคงด้านอาหาร พร้อมกระตุ้นการผลิตและการส่งออกข้าว ท่ามกลางภัยคุกคามต่ออุปทานทั่วโลก

ข้อมูลล่าสุดระหว่างเดือนก.พ. -พ.ค. แสดงให้เห็นว่ามีเงินเฟ้อสูงในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลางส่วนใหญ่ โดยเงินเฟ้อสูงกว่า 5% ใน 63.2% ของกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ, 79.5% ของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง และ 67% ของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน โดยหลายประเทศมีตัวเลขเงินเฟ้อในอัตราเลขหลักสิบ

ขณะเดียวกัน 78.9% ของกลุ่มประเทศรายได้สูงก็เผชิญเงินเฟ้อจากราคาอาหารระดับสูงเช่นกัน โดยกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา เอเชียใต้ ยุโรป และเอเชียกลาง โดยในแง่ที่แท้จริง เงินเฟ้อจากราคาอาหารทะลุเงินเฟ้อโดยรวมใน 80.1% ของ 166 ประเทศที่ธนาคารโลกสามารถเข้าถึงข้อมูล
 

ธนาคารโลกระบุในรายงานช่วงสิ้นเดือนก.ค.ว่า นับตั้งแต่การรายงานความคืบหน้าครั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ดัชนีราคาภาคกสิกรรม การส่งออก และธัญพืชปรับตัวขึ้น 6%, 4% และ 10% ตามลำดับ โดยการปรับตัวขึ้นของราคาข้าวโพดและข้าวสาลี ซึ่งปรับตัวขึ้น 12% และ 14% ตามลำดับ หลังปรับลดลงในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.ค. ผลักดันให้ดัชนีราคาธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น แต่ราคาข้าวยังคงมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบเป็นรายปีพบว่า ราคาข้าวโพดและข้าวสาลีปรับลดลง 15% และ 17% ตามลำดับ ขณะที่ ราคาข้าวปรับตัวขึ้น 16%

นอกจากนี้ ราคาข้าวโพด ข้าวสาลี และข้าวปรับตัวขึ้น 8%, 11% และ 3% ตามลำดับ จากเมื่อเดือนม.ค. ปี 2564

ในวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา รัสเซียประกาศว่าจะไม่ต่ออายุข้อตกลงความริเริ่มธัญพืชทะเลดำ โดยตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่ารัสเซียจะดำเนินการเช่นนี้เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงไร้วี่แววยุติ ดังนั้นตลาดธัญพืชจึงไม่ค่อยมีปฏิกิริยามากนัก 

ราคาธัญพืชสำคัญและเมล็ดพืชน้ำมันสัญญาล่วงหน้าจึงปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนราคาข้าวสาลีสัญญาล่วงหน้าพุ่ง 3% ในวันที่ 17 ก.ค. แต่ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดของเมื่อปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน ส่วนราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองสัญญาล่วงหน้าพุ่งขึ้น ก่อนจะกลับคืนสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนที่รัสเซียจะประกาศยกเลิกข้อตกลง

ต่อมาในวันที่ 19 ก.ค. อินเดียประกาศสั่งห้ามส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่พันธุ์บาสมาติ เนื่องจากรัฐบาลอินเดียต้องการควบคุมราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นภายในประเทศ และรับประกันว่าจะมีปริมาณข้าวราคาเหมาะสมเพียงพอภายในประเทศ แม้มาตรการดังกล่าวจะลดราคาข้าวภายในอินเดีย เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกที่สัดส่วนเกือบ 40% แต่กรณีนี้จะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและทำให้ราคาข้าวมีความผันผวน

 ในรายงานสภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารและโภชนาการโลกปี 2566 (2023 State of Food Insecurity and Nutrition) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า อัตราคนอดอยากทั่วโลกไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักระหว่างปี 2564 -2565 แต่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาด โดยประชากรโลกประมาณ 9.2% เผชิญความอดอยากในปี 2565 เทียบกับ 7.9% ในปี 2562

 รายงานของธนาคารโลกได้รับการเผยแพร่ในวันเดียวกับที่ "ฝั่ม มิญ จิ๊ญ" นายกรัฐมนตรีเวียดนาม สั่งการให้หน่วยงานของรัฐบาลเร่งสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศภายใต้ทุก ๆ สถานการณ์ พร้อมกระตุ้นการผลิตและการส่งออกข้าว ท่ามกลางภัยคุกคามต่ออุปทานทั่วโลก

 คำสั่งของฝั่มที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของรัฐบาลเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ค.) ระบุว่า รัฐบาลมีคำสั่งให้กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมดำเนินการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกหลัก และบรรลุเป้าหมายในการผลิตข้าวมากกว่า 43 ล้านตัน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 ขณะเดียวกัน ฝั่มยังมีคำสั่งให้กระทรวงต่าง ๆ และรัฐบาลระดับท้องถิ่นรักษาสมดุลของปริมาณข้าวสำหรับบริโภคในประเทศและสำหรับการส่งออก เพื่อรับประกันถึงความมั่นคงทางอาหาร และยกเลิกกฎข้อบังคับที่เป็นอุปสรรค เพื่อขยายการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศ

รัฐบาลเวียดนามเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ว่า ผลผลิตข้าวเปลือกในปีนี้อาจจะมากกว่า 43 ล้านตัน และคาดว่าการส่งออกข้าวจะสูงแตะระดับ 7.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อนหน้า

ฝั่ม ยังกล่าวอีกว่า ในบางพื้นที่ของประเทศ กลุ่มผู้ค้าข้าวได้กว้านซื้อข้าวและข้าวเปลือกไว้จำนวนมาก ก่อให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ข้าวในพื้นที่ ส่งผลให้ราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นเกินความเหมาะสม เขาจึงมีคำสั่งให้มีการลงโทษอย่างเข้มงวดต่อการเก็งกำไร การแสวงหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย และการกระทำที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักในตลาดท้องถิ่น และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงข้าวเวียดนามในระดับโลก

ในส่วนของไทย กำลังเผชิญกับภาวะปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับต่ำ และเพื่อเป็นการสงวนน้ำไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เรียกร้องให้เกษตรกรหันไปเพาะปลูกพืชอื่น ๆ ที่ใช้น้ำน้อยกว่า และสามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างรวดเร็วแทน