‘ไบเดน’ ลงนามกฎหมายขยายเพดานหนี้ดัน ‘สหรัฐ’ พ้นวิกฤติผิดนัดชำระ

‘ไบเดน’ ลงนามกฎหมายขยายเพดานหนี้ดัน ‘สหรัฐ’ พ้นวิกฤติผิดนัดชำระ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้กฎหมายขยายเพดานหนี้ในวันเสาร์ (3 มิ.ย.) ซึ่งเพิ่งผ่านสภาคองเกรส หลังเจรจากันหลายสัปดาห์ เพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจสร้างหายให้สหรัฐ ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กฎหมายขยายเพดานหนี้อนุญาตให้รัฐบาลขยายเพดานหนี้เพื่อต่ออายุการกู้ยืม โดยคงการชำระต่อไป

กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนว่า หากไม่ชำระหนี้หลังจากวันจันทร์ (5 มิ.ย.) จะทำให้สหรัฐผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 31  ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะสร้างความตื่นตระหนักให้กับตลาด ตกงานจำนวนมาก และเศรษฐกิจถดถอย รวมทั้งส่งผลกระทบไปทั่วโลก

แถลงการณ์ทำเนียบขาวในวันเสาร์แสดงความขอบคุณผู้นำพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสต่อความร่วมมือเรื่องกฎหมายเพดานหนี้ 

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวปราศรัยเมื่อวันศุกร์ว่า กฎหมายเพดานหนี้ช่วยประเทศ “พ้นจากการล่มสลายทางเศรษฐกิจ” และเขาได้กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้อีกครั้งทางสถานีโทรทัศน์ว่า กฎหมายนี้เป็นข้อตกลงที่พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างยอมถอยคนละก้าว โดยที่ “ไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ” 

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไบเดน ย้ำว่า การอนุมัติข้อตกลงงบประมาณนี้มีความสำคัญ และไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดังกล่าวเผชิญกับความเสี่ยง มากไปกว่านี้

กฎหมายขยายเพดานหนี้จะทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐสามารถกู้ยืมเงินได้อย่างเป็นอิสระไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2568 ซึ่งนับเป็นชัยชนะของพรรคเดโมแครต โดยเฉพาะอย่างยิ่งไบเดนที่จะไม่ต้องเผชิญกับการต่อสู้เรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่สองจะมีขึ้นในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไบเดนย้ำว่า การอนุมัติข้อตกลงงบประมาณนี้มีความสำคัญ และไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดังกล่าวเผชิญกับความเสี่ยง มากไปกว่านี้