โลกไม่อาจโดดเดี่ยว ‘จีน’ จะอันตราย แต่เป็นอิสระอำนาจ G7 ง่ายกว่า

โลกไม่อาจโดดเดี่ยว ‘จีน’ จะอันตราย แต่เป็นอิสระอำนาจ G7 ง่ายกว่า

กลุ่มประเทศความร่วมมือเศรษฐกิจชั้นนำ (G7) ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่สุดไปยังจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า การโดดเดี่ยวปักกิ่ง “เป็นไปไม่ได้ และอันตราย”

ในการประชุมผู้นำ G7 ได้ตกลงกันที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เน้นการลดความเสี่ยง และกระจายอุปทานของประเทศตนเองให้ออกห่างจากประเทศจีน

ท่ามกลางความกังวลของชาติตะวันตกเริ่มตระหนักมากขึ้นว่า เศรษฐกิจพวกเขาจะพึ่งพาจีนมากเกินไป หลังการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้เห็นว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานเป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจโลกให้เดินหน้า แต่ไม่ทันไร กลับมีสงครามยูเครน ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก 

แถลงการณ์ร่วมของ G7 ระบุว่า แนวนโยบายของเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำร้ายจีน ขัดขวางความก้าวหน้า และสร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีน

ขณะเดียวกัน G7 ตระหนักดีว่าความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจจำเป็นต้อง “ลดความเสี่ยงและกระจายความเสี่ยง” 

หลังการประชุม G7 ปิดฉากลงแล้ว จีนได้เรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำกรุงปักกิ่ง และมีคำสั่งให้บริษัทจีนต่างๆ หยุดซื้อชิปจากบริษัท Micro ของสหรัฐ 

กุยเหลียน โนซี รองอธิการบดีคณะรัฐศาสตร์ การเมืองระหว่างประเทศในประเทศอิตาลี  กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันจันทร์ (22 พ.ค.)ว่า กลุ่ม G7 แสดงความแข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น โดยเขาวิเคราะห์ว่า  "การลดความเสี่ยง" หมายถึงการลดพึ่งพาจีนบางส่วน แทนที่จะทำลายความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง 

“เป็นที่ชัดเจนว่า การโดดเดี่ยวจีนจะไม่เพียงเป็นไปไม่ได้ แต่ในแง่หนึ่งยังเป็นอันตรายอีกด้วย” โนซี กล่าวและเสริมว่า สหรัฐอาจทำให้เห็นว่า ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ในการเยกเศรษฐกิจตนเอง ออกจากจีน ที่จะสร้างความเจ็บปวด และทุกข์ร้อนให้กับสหรัฐเอง

สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีน ประมาณ 3.83 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2565 ขณะเดียวกัน ตัวเลขนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การค้าระหว่างจีน และสหรัฐสูงเป็นประวัติการณ์ และการแยกเศรษฐกิจสหรัฐออกจากจีน คงเป็นเรื่องยากลำบาก

ขณะที่ประเทศต่างๆ ยังคงพึ่งพาการค้ากับจีนอยู่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม จึงไม่ควรเสี่ยงนำผลประโยชน์ตนเอง แลกกับการเข้าร่วมกับมหาอำนาจที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามจีน แต่สามารถเลือกที่จะเป็นอิสระจากอำนาจใดๆ และรักษาผลประโยชน์ของประเทศตนเองไว้ให้มั่น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์