ผลพวงจากความโดดเดี่ยว ทั้งจากความโสด ไม่มีลูก ปัจเจกนิยม ส่งผลให้ประชากรเกาหลีใต้ 1.5 ล้านคน จากกลุ่ม “ครัวเรือนคนเดียว” เสี่ยงเสียชีวิตโดยไม่มีใครรู้
แนวโน้มประชากรเป็น “โสด” และ “ไม่มีลูกหลาน” เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงแนวโน้มวัฒนธรรม “ปัจเจกนิยม” ที่ทำให้คนอีกจำนวนหนึ่งเลือก “ใช้ชีวิตอยู่ลำพัง” แม้ว่าจะมีครอบครัวก็ตาม ซึ่งในทางประชากรศาสตร์ เราเรียกประชากรกลุ่มนี้ว่า “ครัวเรือนคนเดียว”
จากรายงานของ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลีใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุถึง “ครัวเรือนคนเดียว” ซึ่งหมายถึงครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวภายในประเทศกว่าร้อยละ 20 มีความเสี่ยงเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
กระทรวงฯ ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง “ครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียว” จำนวน 9,471 ครัวเรือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของปีก่อน และคาดการณ์ว่า ประชาชนกลุ่มนี้ ราว 1,525,000 คน มีความเสี่ยงที่จะ “เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว” คิดเป็นร้อยละ 21.3 ของครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวทั้งหมด หรือเท่ากับร้อยละ 3 ของประชากรทั้งประเทศ
ทั้งนี้ คำนิยามตามกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องระบุว่า "การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว" หมายถึงการเสียชีวิตของบุคคลที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ไม่ว่าจะเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายหรือโรคภัยไข้เจ็บ และ “ถูกพบร่างหลังจากผ่านช่วงเวลาระยะหนึ่ง”
จากรายงานพบว่า สัดส่วนของครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวในเกาหลีใต้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 28.6 ของครัวเรือนทั้งหมดในปี 2017 สู่ร้อยละ 30.2 ในปี 2019 และร้อยละ 33.4 ในปี 2021
ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในเกาหลีใต้อยู่ที่ 3,378 รายในปี 2021 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยรายปีที่ร้อยละ 8.8 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กระทรวงฯ ได้อธิบายถึงเหตุที่มาของสภาพการณ์ดังกล่าว ว่า สืบเนื่องจากการแยกตัวและการตัดขาดจากสังคมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่นานนี้ เนื่องด้วยโครงสร้างครอบครัวของครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวเพิ่มขึ้น การแพร่กระจายของวัฒนธรรมปัจเจกนิยม และโรคระบาดใหญ่ที่ยืดเยื้อ
ที่มา : สำนักข่าวซินหัว





