ลดพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มอิสระการเงินจีน-ชาติพันธมิตร-อาเซียน

ลดพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มอิสระการเงินจีน-ชาติพันธมิตร-อาเซียน

นักวิเคราะห์ชี้ภูมิภาคอาเซียนตั้งเป้าเพิ่มอิสระทางการเงินด้วยการลดพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ หลังจีนและบราซิล บรรลุข้อตกลงการค้าใช้สกุลเงินหยวนและเงินเรอัลทำธุรกรรมแทนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินกลางได้ไม่นาน

"เดวิด อี ซูโมล" หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารแบงก์ เซ็นทรัล เอเชีย(บีซีเอ) ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ระบุว่า แผนการของอาเซียนในการเพิ่มความเป็นอิสระทางการเงิน ด้วยการลดการพึ่งพาเงินสกุลหลักและระบบการชำระเงินต่างชาติ สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าในการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในหลายพื้นที่ของโลก

ในการประชุมกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 มี.ค.กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องต้องกันที่จะใช้สกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคและลดการพึ่งพาสกุลเงินใหญ่ของต่างชาติ สำหรับการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน

ซูโมลให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า ระบบการเงินโลกในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับพลวัตตลาด

“พื้นฐานความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนแปรเปลี่ยนไปแล้ว แต่โครงสร้างการเงินโลกยังคงเป็นเช่นเดิม” ซูโมลระบุ พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า กระบวนการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในลาตินอเมริกาและตะวันออกกลางด้วย

ซูโมล ยังกล่าวด้วยว่า การใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาค ช่วยลดอุปสงค์เงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักอื่น ๆ โดยไม่เพียงส่งเสริมการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาวะตื่นตระหนกต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หากเกิดวิกฤตขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ ของโลก

ซูโมล ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินแบบฉับพลันของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ มักสร้างความผันผวนในภูมิภาค ดังนั้นกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจึงหวังที่จะใช้สกุลเงินท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและลดผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ เช่น เงินเฟ้อสูง

การเคลื่อนไหวของอาเซียน มีขึ้นหลังจากรัฐบาลบราซิลและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าโดยใช้สกุลเงินหยวนและเงินเรอัลในการทำธุรกรรมกันโดยตรงแทนการใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินกลาง ถือเป็นความพยายามล่าสุดของจีนที่จะลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศ

สำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนของบราซิล ระบุว่า “ข้อตกลงนี้เป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดต้นทุน สนับสนุนการค้าทวิภาคียิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกในการลงทุน”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของบราซิล เมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าการค้าทวิภาคีสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.505 แสนล้านดอลลาร์

การทำข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมภาคธุรกิจระดับสูงระหว่างจีน-บราซิลในกรุงปักกิ่ง โดยก่อนหน้านี้มีการทำความตกลงเบื้องต้นระหว่างสองประเทศเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
 

แต่เดิมประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล มีกำหนดร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการเยือนจีน แต่ปธน.บราซิลเลื่อนการเดินทางออกไปอย่างไม่มีกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ (26 มี.ค.) เนื่องจากล้มป่วยด้วยโรคปอดบวม

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ธนาคารไอซีบีซีและธนาคารแห่งการสื่อสาร บีบีเอ็ม จะเป็นผู้ดำเนินการธุรกรรมในข้อตกลงดังกล่าว

ที่ผ่านมา จีนได้ทำข้อตกลงการค้าในลักษณะเดียวกันนี้กับรัสเซีย, ปากีสถาน และอีกหลายประเทศ

แม้แต่ประเทศเล็กๆอย่างเมียนมา ยังหันมาใช้สกุลเงินหยวนของจีนแทนดอลลาร์สหรัฐด้วยเหมือนกัน โดยเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ปีที่แล้ว นายพลซอว์ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยว่า เมียนมาต้องการขยายการใช้สกุลเงินของจีนและรัสเซีย รวมถึงลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐ

ล่าสุด พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนจากการใช้ดอลลาร์มาเป็นสกุลเงินอื่นแทน เช่น หยวน รูปี และรูเบิล รวมถึงระบบการแลกเปลี่ยนระหว่างการประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ช่วงต้นเดือนก.ย.