background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

จีนปล่อยกู้ อุ้มประเทศกำลังพัฒนา สร้างเส้นทางสายไหม 240,000 ล้านดอลล์

จีนปล่อยกู้ อุ้มประเทศกำลังพัฒนา สร้างเส้นทางสายไหม 240,000 ล้านดอลล์

สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยว่า จีนให้เงินช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา 22 ประเทศ มูลค่า 240,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2564 และปล่อยกู้เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากโครงการหลายแห่งมีปัญหาชำระหนี้ที่ใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานของโครงการเส้นทางสายไหม

จีนปล่อยสินเชื่อหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา แต่การให้สินเชื่อเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากหลายโครงการไม่สามารถจ่ายเงินปันผลคืนได้ตามที่คาดไว้

รายงานของนักวิจัยจากสถาบันฮาร์วาร์ด เคนเนดี, เอดดาตา และสถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก ระบุว่า สินเชื่อช่วยเหลือเกือบ 80% ที่ปล่อยกู้ระหว่างปี 2559-2564 ของจีน มอบให้กับประเทศรายได้ปานกลางเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งอาร์เจนตินา มองโกเลีย และปากีสถาน

 

‘คาร์เมน ไรน์ฮาร์ท’ อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก และหนึ่งในผู้เขียนวิจัยนี้ กล่าวว่า “จีนพยายามกอบกู้แบงก์ชาติอย่างสุดความสามารถ จึงเป็นสาเหตุให้จีนมีความเสี่ยงทางธุรกิจ จากการปล่อยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือประเทศอื่นๆ”

จีนให้สินเชื่อกับหลายประเทศที่มีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่เดิมจีนปล่อยกู้ต่ำกว่า 5% ในปี 2553 และปล่อยกู้สูงถึง 60% ในปี 2565 ซึ่งอาร์เจนตินาได้รับสินเชื่อมากที่สุด 111,800 ล้านดอลลาร์ รองลงมาเป็นปากีสถาน 48,500 ล้านดอลลาร์ และอียิปต์ 15,600 ล้านดอลลาร์ ส่วนอีก 9 ประเทศได้รับสินเชื่อไม่ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์

 

ธนาคารประชาชนจีนได้ทำสว็อปไลน์ (swap lines) เพื่อฟื้นคืนสภาพคล่องทางการเงิน 170,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงทำสว็อปไลน์ให้กับซูรินาเม ศรีลังกา และอียิปต์ และแบงก์ชาติจีนยังให้วงเงินกู้ระยะสั้น 70,000 ล้านดอลลาร์ด้วย

ผลการศึกษานี้ มีความสำคัญต่อธนาคารกลางบางแห่งที่ใช้วิธีสว็อปไลน์เหมือนแบงก์ชาติจีน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ การปล่อยกู้เงินเพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เน้นที่ประเทศรายได้ปานกลางที่กู้เงิน 4 ใน 5 ของเงินปล่อยกู้ เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าการกู้เงินประเทศนั้นๆ อาจกระทบงบดุลของธนาคารจีน ขณะที่ประเทศรายได้น้อยได้ผ่อนผันชำระหนี้ และขยายเวลาชำระหนี้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์