วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประชากรหด-คนเกิดใหม่ต่ำ'ฉุดศก.จีนโตช้าเหมือนญี่ปุ่น

'ประชากรหด-คนเกิดใหม่ต่ำ'ฉุดศก.จีนโตช้าเหมือนญี่ปุ่น โดยจีนคาดการณ์ว่าในปี 2578 จะมีประชากรที่มีอายุ60ขึ้นไปในสัดส่วน30% ของประชากรทั้งหมด และอัตราส่วนผู้สูงอายุกับคนหนุ่มสาวอาจขยายตัวแบบไม่สมดุลในเวลาอันรวดเร็ว

เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ปากแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเหลืองเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประชากรสูงอายุที่มองแว่บแรก คิดว่านี่เป็นชุมชนผู้เกษียณอายุจากงาน แต่เมื่อสอบถามจนได้ข้อเท็จจริง จึงรู้ว่ามีแค่ไม่กี่คนที่พักอยู่ทีี่นี่ที่เกษียณจากงาน โดยยังมีผู้สูงวัยหลายคนทำงานเป็นยามเฝ้าโรงงาน เปิดร้านขายของชำ เปิดให้บริการซักรีด เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารในเมือง และอีกหลายคนทำงานอื่นๆ

 ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรเมื่อปี 2563 ระบุว่า เมืองหนานทงซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในจีน มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 30% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 7.7 ล้านคน เกือบสองเท่าของอัตราเฉลี่ยประชากรทั่วประเทศที่ 18.7%

เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเป็นแหล่งกำเนิดของยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีน ที่มีการตั้งโรงงานสิ่งทอแห่งแรกของประเทศที่นี่ช่วงปี 1890 ความรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตของหนานทงเริ่มจางหายไปในช่วงปี 1990 เพราะเมืองที่อยู่ใกล้ๆกันทั้งซูโจวและเซี่ยงไฮ้ต่างดึงดูดแรงงานในท้องถิ่นเข้าไปกระจุกตัวทำงานในสองเมืองนี้กันหมด  ทำให้เมืองหนานทงกลายสภาพเป็นเมืองของผู้สูงวัยในเวลาอันรวดเร็ว

เมืองหนานทง อาจบ่งบอกอนาคตภาพรวมของประชากรจีนได้ ตามที่ทางการจีนคาดการณ์ตัวเลขประชากรทั้งประเทศภายในปี 2578 หากแนวโน้มยังเป็นอย่างปัจจุบัน โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดตัวลงหรือถูกควบรวม ร้านขายยาหลายแห่งจำหน่ายผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่มากกว่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก
'ประชากรหด-คนเกิดใหม่ต่ำ'ฉุดศก.จีนโตช้าเหมือนญี่ปุ่น

รัฐบาลจีนคาดการณ์ว่า ภายในปี 2578 ประชากรจีน 400 ล้านคนจะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 30% ของประชากรทั้งหมด และอัตราส่วนผู้สูงอายุกับคนหนุ่มสาวอาจขยายตัวแบบไม่สมดุลในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากปีที่แล้วอัตราการตายมีมากกว่าการเกิดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2504

เมื่อเดือน ม.ค. นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรจีนในปี 2565 จะลดลง 850,000 คน เหลือ  1.412 พันล้านคนนับตั้งแต่ 2504 ซึ่งเป็นยุคที่นโยบายก้าวกระโดดของเหมาเจ๋อตงไม่ประสบความสำเร็จ และทำให้ประชากรชาวจีนนับล้านเสียชีวิต เพราะมาตรการควบคุมการเติบโตของประชากร ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายคนมีความเห็นว่า ประชากรจีนจะลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถกระตุ้นให้กลับมาขยายตัวได้เหมือนเดิมอีก

ไม่ใช่จีนประเทศเดียวที่มีปัญหาประชากรลดลงเมื่อปีที่แล้ว หลายประเทศในเอเชียก็มีปัญหาคล้ายๆกัน ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วที่สุดในโลก  แถมเกาหลีใต้ยังครองตำแหน่งประเทศที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำที่สุดในโลกอีกด้วย

ส่วนประชากรในสิงคโปร์ ไทย และไต้หวันก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่อัตราการเติบโตของประชากรในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆ ก็เริ่มชะลอตัวลง

จีนเจอปัญหาด้านประชากรศาสตร์ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ต่างจากหลายประเทศ เนื่องจากจีนยังไม่เป็นประเทศที่มีรายได้สูง การลดลงของประชากรอาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจ เนื่องจากประชากรวัยเกษียณจำนวนมากจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรมากขึ้น เงินบำนาญอาจน้อยลง และระบบการรักษาพยาบาลในประเทศอาจแบกรับภาระในส่วนนี้มากไป

'ประชากรหด-คนเกิดใหม่ต่ำ'ฉุดศก.จีนโตช้าเหมือนญี่ปุ่น

ตอนนี้ผู้นำจีนหลายคนเริ่มตระหนักถึงปัญหาอัตราการเกิดใหม่ลดลง โดยในปี 2565 อัตราการเจริญพันธุ์ในจีนต่ำกว่า 1.1 โดยอัตราความยั่งยืนของประชากรควรอยู่ที่ 2.1

“ไช่ เจิ้งหวู่” ประธานสมาคมประชากรจีน ที่กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ภาษาจีนเมื่อปีที่แล้วว่า “เราเชื่อว่าถ้าอัตราเจริญพันธุ์อยู่ที่ระดับ 1.5-1.6 อาจเอื้อให้จีนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้มากขึ้น”

“ยุน โจว” นักประชากรศาสตร์จีนจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน บอกว่า "การเพิ่มจำนวนประชากรไม่ว่าจะด้วยการบีบบังคับทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหานี้ แต่รัฐบาลควรตระหนักถึงการกินดีอยู่ดีและสวัสดิการของประชาชนในปัจจุบันมากกว่า"

แต่ญี่ปุ่นอาจเป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับจีนได้ เพราะญี่ปุ่นเคยเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน การบริโภคชะลอตัว ภาคการผลิตล่มสลาย การคลังขาดดุล และอัตราดอกเบี้ยต่ำ

“ชี ฮุงกวาน” นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยตลาดโนมูระ  กล่าวว่า โครงสร้างประชากรจีนคล้ายกับญี่ปุ่นช่วงปี 1990 จีนเผชิญความท้าทายเดียวกับญี่ปุ่นที่ประชากรวัยทำงานลดลงในระยะยาว และค่าใช้จ่ายประกันพุ่งสูงขึ้น

“แรนดอลล์ โจนส์” อาจารย์จากศูนย์เศรษฐกิจและธุรกิจญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า "เขาไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินเท่าไหร่ แต่กังวลเกี่ยวกับความยากจนของผู้สูงอายุมากกว่า พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลจีนจะรับมือกับความยากจนของคนกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้อย่างไร"

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ปีที่แล้ว บ่งชี้ว่าประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยญี่ปุ่นมีประชากรอายุมากกว่า 65 ปี ขึ้นไปมากถึง 36.27 ล้านคน แยกเป็นผู้ชาย 15.74 ล้านคน และผู้หญิง 20.53 ล้านคน 

หากแบ่งจำนวนผู้สูงอายุตามอายุจะพบว่า มีจำนวนประชากรที่มีอายุมากกว่า 75 ปีถึง 19.37 ล้านคน หรือคิดเป็น 15% ส่วนประชากรที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีประมาณ 12.35 ล้านคน คิดเป็น 9.9% ของประชากรทั้งหมด ส่วนประชากรที่มีอายุ 90 ปีขึ้นไป มีประมาณ 2.65 ล้านคน คิดเป็น 2.1%

ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยอิตาลี ที่มีผู้สูงอายุราว 24.1% ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของฟินแลนด์ ที่มีผู้สูงอายุคิดเป็น 23.3% ของประชากรทั้งหมด