“หลี่ เฉียง” นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของจีน ประกาศนโยบายในการบริหารประเทศว่า จีนจะปกป้องสิทธิของผู้ประกอบการและยังคงสนับสนุนธุรกิจเอกชนต่อไป ขณะเดียวกันก็มองข้ามความสำคัญของอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ
ถ้อยแถลงนี้ของหลี่ มีขึ้นในการแถลงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ โดยหลี่ระบุว่า ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในแต่ละวัน และให้ความสนใจกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ที่อยู่อาศัย การจ้างงาน รายได้ และการศึกษามากกว่า
รัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพ ซึ่งหมายถึงการสร้างเสถียรภาพให้กับการขยายตัว ราคา และการจ้างงาน นายหลี่กล่าว พร้อมเสริมว่า การบรรลุเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ที่ประมาณ 5% ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะความเสี่ยงหลายประการ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลี่เป็นคนสนิทของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนมาอย่างยาวนานและเป็นอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเซี่ยงไฮ้ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจีนอย่างเป็นทางการในการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) เมื่อวันเสาร์ (11 มี.ค.) ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ หลี่ยังเน้นย้ำกลยุทธ์เศรษฐกิจของรัฐบาลจีน หลังจากก่อนหน้านี้ ปธน.สีกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสอยู่ในตำแหน่งประมุขของรัฐเป็นสมัยที่ 3 ว่า จีนต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าเพื่อทำให้แน่ใจในเสถียรภาพและส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
หลี่ วัย 63 ปี อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเซี่ยงไฮ้ และมณฑลเจียงซู เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 8 ของจีน ต่อจากหลี่ เค่อเฉียง ที่ดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระ หรือ 10 ปี
หลี่ เกิดในเดือนก.ค. 2502 ที่เมืองรุ่ยอัน มณฑลเจ้อเจียง จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเครื่องจักรกลการเกษตรจากวิทยาลัยการเกษตรเจ้อเจียง (hejiang Institute of Agriculture) โดยก่อนเข้าทำงานการเมือง หลี่ เคยทำงานในฐานะวิศวรกรสถานีชลประทานและระบายน้ำระบบเครื่องกลไฟฟ้าในเขตมาหยู กระทั่งเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 2526
ชื่อของ หลี่ แทบไม่ได้มีความโดดเด่นในระหว่างการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ กระทั่งจู่ๆช่วงการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ในเดือนต.ค. ปี2565 ชื่อของหลี่ ก็กลายเป็นที่รู้จัก เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือคณะโปลิตบูโร ซึ่งเป็น 7 อรหันต์ที่คอยกำหนดทิศทางด้านต่างๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำให้หลายฝ่ายมั่นใจว่า หลี่ จะผงาดเป็นนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ และถือเป็นนักการเมืองจีนคนแรก นับตั้งแต่“โจว เอินไหล” ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ โดยไม่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน
คำประกาศของหลี่มีขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการเมืองของจีนและสหรัฐไม่สู้จะสดใสนัก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสถานทูตจีนระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (12 มี.ค.) ตอบโต้การให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า สหรัฐที่พยายามรักษาความเป็นผู้นำโลกและผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เห็นแก่ตัว การนำฟิลิปปินส์มามีส่วนร่วมเช่นนี้ จะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของประเทศ และเป็นอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ฟิลิปปินส์ได้ให้สิทธิ์สหรัฐในการเข้าถึงฐานทัพอีก 4 แห่งภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมเพิ่มเติม (EDCA) ที่มีขึ้นในปี 2557 โดยเชื่อว่าบางแห่งอยู่ในจังหวัดที่ใกล้กับไต้หวัน โดยข้อตกลง EDCA อนุญาตให้สหรัฐหมุนเวียนกองทหารเพื่อประจำการเป็นเวลานาน ตลอดจนสร้างและใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนฐานทัพของฟิลิปปินส์
แถลงการณ์ระบุว่า “กองทัพสหรัฐ เดินทางมาจากอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อสร้างปัญหาในทะเลจีนใต้ และรวมกลุ่มกับพันธมิตรจากส่วนอื่น ๆ ของโลกเพื่อวางอำนาจ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความตึงเครียดและทำให้ความขัดแย้งระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ย่ำแย่ลงเท่านั้น แต่ยังก่อกวนความพยายามร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ที่จะปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้อีกด้วย”
อย่างไรก็ตาม เด็กปั้นคนนี้ของสีน่าจะช่วยแบงเบาภาระงานของสีได้ในระดับหนึ่ง ในช่วงที่สี กำลังเผชิญศึกหนักทั้งในบ้านและนอกบ้าน



