'ประธานาธิบดีเซเลนสกี'หารือยุทธศาสตร์การรบเชิงลึกร่วม"ไบเดน"

'ประธานาธิบดีเซเลนสกี'หารือยุทธศาสตร์การรบเชิงลึกร่วม"ไบเดน"

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครน ที่ทำเนียบขาว ซึ่งการเยือนสหรัฐครั้งนี้ของผู้นำยูเครน ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียส่งกองทัพรุกรานยูเครนเมื่อปลายเดือนก.พ.

ปธน.เซเลนสกี ได้หารือทวิภาคีกับ ปธน.ไบเดน ที่ทำเนียบขาว ก่อนจะเดินทางไปกล่าวปราศรัยต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรสที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ ในช่วงค่ำของวันพุธ(21ธ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์เชิงลึกในการทำสงคราม ประเด็นอาวุธยุทโธปกรณ์และการฝึกทหาร ตลอดจนความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และด้านมนุษยธรรม ที่สหรัฐและชาติพันธมิตรเตรียมจัดหาให้แก่ยูเครน

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดียูเครน เรียกร้องให้สหรัฐและชาติพันธมิตร จัดหาระบบป้องกันตนเองทางอากาศที่สามารถช่วยยูเครนรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากกองทัพรัสเซีย ที่ถล่มหลายเมืองและทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานยูเครนทั่วประเทศ

ก่อนหน้าที่ปธน.ยูเครนจะเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน รัฐบาลสหรัฐก็ประกาศความช่วยเหลือด้านการทหารรอบใหม่แก่ยูเครน รวมทั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ แพทริออต  ซึ่งเป็นระบบป้องกันตนเองทางอากาศที่มีความก้าวหน้ากว่าที่ยูเครนใช้

ขณะที่นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงว่า การเดินทางเยือนสหรัฐของปธน.เซเลนสกี จะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด และการที่ชาติตะวันตกยังคงส่งอาวุธให้ยูเครนจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น จะไม่เป็นผลดีต่อยูเครน

นอกจากนี้ นายเพสคอฟระบุว่า เขายังไม่เห็นโอกาสที่จะมีการเจรจาสันติภาพกับยูเครน

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ยูเครนจะสามารถใช้แพทริออตในการสู้รบได้เมื่อใด เนื่องจากเป็นระบบที่มีความซับซ้อน และจำเป็นต้องใช้เวลาฝึกบุคลากรเป็นเวลาหลายเดือน รวมทั้งต้องเตรียมการขนส่งยุทโธปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวดังกล่าว