‘ไบเดน’มั่นใจเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม 8พ.ย.

‘ไบเดน’มั่นใจเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม 8พ.ย.

‘ไบเดน’มั่นใจเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม 8พ.ย. ขณะผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอส์ และบริษัทวิจัยการตลาดพบว่าปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคเดโมแครตมากที่สุด

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐมั่นใจว่าพรรคเดโมแครตจะเป็นฝ่ายชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอมวันอังคาร(8 พ.ย.) แม้ผลการสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนักจะบ่งชี้่ว่าพรรครีพับลิกันมีคะแนนความนิยมมากกว่า

ประธานาธิบดีไบเดน ระบุว่า "ผมยังมองโลกแง่บวกต่อการเลือกตั้งกลางเทอม ที่กำลังจะขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้ โดยเชื่อว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะได้รับชัยชนะ และครอบครองเสียงข้างมากในสภาผู้เทนราษฎรของสหรัฐฯต่อไป เพราะมั่นใจว่านโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันริเริ่มขึ้น เช่น การปรับลดอัตราคาค่ารักษาพยายาบาลจะเป็นที่พอใจของชาวอเมริกัน

เมื่อวันพุธ(2พ.ย.) ช่วงรณรงค์หาเสียง ประธานาธิบดีไบเดน เตือนชาวอเมริกันว่า ประชาธิปไตยของประเทศกำลังตกอยู่ในอันตราย และขอให้ชาวอเมริกันใช้สิทธิ์และเสียงของตนเพื่อต่อต้านความรุนแรงและอันตรายจากกลุ่มผู้ขัดขวางกระบวนการทางประชาธิปไตย ที่พยายามสานต่อสิ่งที่พวกเขาทำล้มเหลวในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อสองปีก่อน

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ในแทบทุกครั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองฝ่ายค้านมักเป็นฝ่ายชนะ และผลการสำรวจความคิดเห็นของหลายๆองค์กรคาดว่าหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย.นี้ พรรรคเดโมแครตจะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร หรืออาจรวมถึงวุฒิสภาให้แก่พรรครีพับลิกกัน ทำให้รัฐบาลไบเดนต้องเจออุปสรรคในการผลักดันร่างกฎหมายต่างๆ ในระยะเวลาที่เหลืออีก 2 ปีในฐานะประธานาธิบดี

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอส์ และบริษัทวิจัยการตลาดพบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีไบเดน ล่าสุด ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คือประมาณ 40% โดยปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคเดโมแครตมากที่สุด

แต่คำตัดสินของศาลฎีกาที่จำกัดสิทธิของผู้หญิงในการยุติการตั้งครรภ์ หรือ ทำแท้ง อาจช่วยให้ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครคได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงที่อายุยังน้อย 

ระบบการเมืองสหรัฐ จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุก ๆ 4 ปี และเลือกตั้งส.ส.กับส.ว.กันทุก ๆ 2 ปี หาก 2 ปีนั้นอยู่ช่วงระหว่างกลางที่ปธน.ยังดำรงตำแหน่งอยู่จะเรียกว่าเป็นการเลือกตั้งกลางเทอม
 

การเลือกตั้งกลางเทอม นี้มีไว้เพื่อสภาคองเกรส ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนคือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หรือเรียกอีกอย่างว่าสภาล่างกับสภาบน โดยสภาล่างเป็นผู้โหวตเสนอกฎหมาย ส่วนสภาบนเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้กฎหมายที่เสนอมานั้นผ่านหรือไม่ผ่าน และมีอำนาจรับรองบุคคลที่ประธานาธิบดีแต่งตั้ง รวมถึงตรวจสอบประธานาธิบดีได้ด้วย

แต่ละรัฐจะมีส.ว. 2 คนเท่ากันทุกรัฐ ดำรงตำแหน่ง 6 ปี ส่วนส.ส.ในแต่ละรัฐจะมีจำนวนมากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสัดส่วนประชากรในรัฐนั้น ๆ และดำรงตำแหน่ง 2 ปี

การเลือกตั้งกลางเทอม ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน โดยจะมีการชิงชัยเก้าอี้ส.ส.ทั้งหมดจำนวน 435 ที่นั่ง รวมทั้งการเลือกตั้งส.ว.จำนวน 35 คนจากทั้งหมด 100 ราย นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐใน 39 มลรัฐ รวมทั้งการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกจำนวนมาก

ขณะที่ผลสำรวจจากแกลลัพ เมื่อเดือนก.ย.ระบุว่า

ชาวอเมริกัน 38% มองว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในปัจจุบัน โดยผู้ถูกสำรวจให้ความสำคัญกับเรื่อง

  • ค่าครองชีพสูง/ภาวะเงินเฟ้อถึง 17%
  • รองลงมาคือสภาพเศรษฐกิจทั่วไป 12%
  • ราคาเชื้อเพลิง/น้ำมัน 3%

ส่วนปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ ประชาชนมองว่า

  • รัฐบาล/ภาวะผู้นำไม่ดี เป็นปัญหาสำคัญที่สุดถึง 22%
  • รองลงมาคือปัญหาผู้อพยพ 6%
  • ปัญหาเหยียดเชื้อชาติ 5%
  • เรื่องสิทธิในการทำแท้งที่เคยได้ 8% เมื่อเดือนก.ค. กลับลดเหลือเพียง 4% ในเดือนก.ย.

ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นจุดตายของรัฐบาลพรรคเดโมแครต โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่สหรัฐและชาติพันธมิตรออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียโทษฐานที่บุกยูเครน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกแพงขึ้น และค่าครองชีพในสหรัฐก็สูงขึ้นตามไปด้วยส่วนภาวะเงินเฟ้อก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากที่ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบ และจากที่ปธน.ไบเดนออกมาตรการแจกเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ในส่วนของพรรคเดโมแครต พยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม โดยปธน.ไบเดนได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายการปรับลดเงินเฟ้อ ครอบคลุมถึงการลงทุนมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน, มาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ได้ในราคาที่ถูกลง และการจัดเก็บภาษีขั้นต่ำในอัตรา 15% จากบริษัทใหญ่ที่มีรายได้ปีละกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอมตามผลโพลล์สำนักต่าง ๆ จะทำให้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีไบเดน ในช่วงที่เหลืออีก 2 ปีเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยคาดว่าพรรครีพับลิกันจะขัดขวางการผ่านกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

และหากรีพับลิกันชนะ อาจสั่งยุติการสอบสวนคดีที่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปี2564 หลังจากคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบและพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า อดีตปธน.ทรัมป์ จากรีพับลิกันมีส่วนในการยุยงปลุกปั่น โดยหวังจะขัดขวางการรับรองชัยชนะของปธน.ไบเดน

แต่หากเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอมแบบหักปากกาเซียน นโยบายต่าง ๆ ที่ออกมาแล้วจะดำเนินได้ต่อไป และอาจเพิ่มแนวโน้มที่ประธานาธิบดีไบเดนจะตัดสินใจลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกในสมัยหน้า