รองประธาน กลต.จีนแนะนักลงทุน‘เลี่ยงอ่านสื่อต่างชาติ’

รองประธาน กลต.จีนแนะนักลงทุน‘เลี่ยงอ่านสื่อต่างชาติ’

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จีน กล่าวในเวทีประชุมนักการธนาคารทั่วโลก เตือนนักลงทุนหลีกเลี่ยงอ่านข่าวเศรษฐกิจจีนจากสื่อต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูงอีกสองรายแสดงความเห็นรับลูก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน นายฟาง ซิงไห่ รองประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จีน ให้สัมภาษณ์ผ่านการบันทึกเทปล่วงหน้าออกอาการในการประชุมนักการธนาคารโลกที่ฮ่องกง ระบุ

“แต่ละวันผมเจอกับนักลงทุนต่างชาติค่อนข้างมาก และผมเกรงว่าบางคนอ่านข่าวจากสื่อต่างประเทศมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องราวในจีน รายงานข่าวมากมาย ผมบอกได้เลยว่า พวกเขาไม่ได้เข้าใจจีนดีเลยและโฟกัสแต่เรื่องระยะสั้น อย่าอ่านสื่อต่างประเทศให้มากเลยครับ” นายฟางกล่าว

ขณะนี้ฮ่องกงกำลังเป็นเจ้าภาพการประชุมงานใหญ่นานหนึ่งสัปดาห์ หลังจากเจอความไม่สงบทางการเมืองและข้อจำกัดคุมการเดินทางเพราะโควิดมานานหลายปี บั่นทอนชื่อเสียงฮ่องกงในฐานะเมืองที่เป็นมิตรต่อการทำธุรกิจ จนคนเก่งๆ พากันไปอยู่ที่อื่นสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจฮ่องกง 

การประชุมครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารต่างๆ เข้าร่วมมากมาย อาทิ โกลด์แมนแซคส์, มอร์แกนสแตนลีย์, แบล็กร็อก, เจพีมอร์แกนเชส, ยูบีเอส, เอชเอสบีซี, สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และอื่นๆ 

ซึ่งในเวทีเสวนาถัดมา นายโคล์ม เคลเฮร์ ประธานยูบีเอส สนับสนุนความเห็นของนายฟางว่าการอ่านสื่ออเมริกันเหมือนกับการอ่านเรื่องแต่ง นักการธนาคารนานาชาติ “สนับสนุนจีนมาก” และจับตาอย่างใกล้ชิดว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกแห่งนี้จะเปิดประเทศอีกครั้งหรือไม่

นายหลิว จิน ประธานแบงก์ออฟไชนา ก็พูดถึงความเห็นของนายฟางเช่นกันเรื่องที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนมีหนี้สูง

“อย่างกังวลให้มากนักเลย ก็อย่างที่คุณฟางพูด อย่าอ่านข่าวลบมากเกินไป” นายหลิวกล่าวกับผู้ฟัง

จีนเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่รายสุดท้ายที่ยังใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ เดินหน้าล็อกดาวน์เร่งด่วนต่อเนื่อง ตรวจหาเชื้อจากประชาชนจำนวนมาก และกักตัวนาน มาตรการเหล่านี้ขจัดการระบาดได้แต่ก็สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อธุรกิจต่างชาติและท้องถิ่น

อย่างข่าวการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่ในภาคอสังหาริมทรัพย์จีนรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา หลายข่าวสื่อต่างชาตินำมาเปิดเผยก่อน ขณะที่สื่อจีนอยู่ในความควบคุมของรัฐที่ถูกเซ็นเซอร์รายงานเชิงลบหรือข่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ซึ่งรองประธาน กลต.จีนกล่าวกับนักลงทุนด้วยว่า “ต้องมาดูด้วยตนเองว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นในจีน และรัฐบาลของเรามีเจตนาที่แท้จริงอย่างไร”