นักวิเคราะห์เผย ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ลงมติหนุนสหประชาชาติ ประณามการผนวกดินแดนยูเครนล่าสุดโดยรัสเซีย ตอกย้ำว่าอิทธิพลของมอสโกในภูมิภาคนี้เลือนหายอย่างรวดเร็ว
เว็บไซต์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า อิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ลดลงของรัฐบาลมอสโก ประกอบกับการหมกมุ่นอยู่กับประเด็นความมั่นคงใกล้บ้าน ทำให้ 7 ชาติจาก 10 ชาติในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) สนับสนุนข้อมติของสหประชาชาติได้โดยไม่ลังเล
บรูไน กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย อยู่ในกลุ่ม 143 ประเทศที่ลงมติเห็นชอบตามยูเอ็นประณาม “การลงประชามติที่ผิดกฎหมาย” ใน 4 ภูมิภาคยึดครองในยูเครน
แม้แต่เมียนมาก็ลงคะแนนสนับสนุนข้อมติของยูเอ็น ซึ่งตัวแทนเมียนมาคือจ่อ โม ทุน ทูตผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร
ดีแลน โลห์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านนโยบายต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางแห่งสิงคโปร์ กล่าวว่า ผลที่ออกแสดงถึงอิทธิพลที่ลดลงของรัสเซีย
“ผมคิดว่าสงครามที่ลากยาว และรัสเซียติดอยู่กับปัญหาความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ซ้ำเติมโดยความขัดแย้ง ความเสียหายในการต่อต้านรัสเซียจะลดลง ซึ่งก็ลดลงแล้ว” โลห์กล่าวและว่า ก่อนรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.รัสเซียไม่ใช่มหาอำนาจเศรษฐกิจอยู่แล้ว
นอกจากขนาดเศรษฐกิจ รัสเซียยังล้าหลังมหาอำนาจอื่นๆ ในแง่ความสัมพันธ์ทางการค้ากับอาเซียน
การค้าทวิภาคีกับรัสเซียกับอาเซียนมีแค่ 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์ น้อยนิดเมื่อเทียบกับการค้าอาเซียน-จีนที่ 6.44 แสนล้านดอลลาร์ และอาเซียน-สหรัฐ 2.92 แสนล้านดอลลาร์
การงดออกเสียงของประเทศคอมมิวนิสต์อย่างลาวและเวียดนาม เป็นอะไรที่คาดหมายได้เพราะเพื่อนบ้านทั้งสองเคยงดออกเสียงในการลงมติของยูเอ็นในเดือน มี.ค.มาแล้ว หลังรัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนได้ไม่กี่สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจงดออกเสียงของไทยเป็นที่ขบขันของนักสังเกตการณ์ตะวันตก เพราะไทยเคยสนับสนุนข้อมติเมื่อวันที่ 2 มี.ค.
นักสังเกตการณ์กล่าวว่า การตัดสินใจงดออกเสียงของไทยอาจทำไปเพื่อให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเข้าร่วมการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกที่กรุงเทพฯ ในเดือน พ.ย.
นักวิเคราะห์ในเอเชียหลายรายที่คุยกับเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ กล่าวว่า การอธิบายพฤติกรรมของไทยด้วยคำอธิบายเดียว “ไม่เพียงพอ” ต้องอาศัยปัจจัยภายในประเทศหลายตัวด้วย อาทิ การแสวงหาความชอบธรรมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำลังสั่นคลอน
เฟรเดอริก ไคลม์ นักวิจัยและผู้บรรยายวิทยาลัยการระหว่างประเทศศึกษาเอส ราชารัตนัม (อาร์เอสไอเอส) ระบุ “ไทยก็เหมือนกับรัฐอาเซียนทั้งหลาย มีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนและหลากหลายมาก ในการแสดงพฤติกรรมและลงมติอย่างที่ทำ”
โลห์เห็นพ้องและว่า การเข้าร่วมเอเปคซัมมิตของรัสเซียเป็นปัจจัยตัวหนึ่ง แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ไทยงดเว้นไม่ทำให้รัสเซียโกรธ “สำหรับไทย เมื่อความชอบธรรมของนายกรัฐมนตรีเพิ่งถูกตัดสินโดยศาล รัสเซียจะเป็นชัยชนะด้านนโยบายต่างประเทศที่หาไม่ค่อยได้ เนื่องจากไบเดนดูเหมือนจะไม่มาร่วมเอเปค การที่ประธานาธิบดีรัสเซียและสหรัฐไม่มาทั้งคู่ย่อมเป็นการเสียหน้า”
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน บอกว่าจะไม่มาร่วมเอเปคซัมมิตในเดือน พ.ย. เพราะต้องเตรียมเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานนาโอมิ หลานสาวในวันที่ 19 พ.ย. ที่ทำเนียบขาว รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส จะเป็นตัวแทนสหรัฐมาประชุมผู้นำเอเปคแทน
ดร.อลัน จอง นักวิจัยอาวุโสจากอาร์เอสไอเอส กล่าวว่า นักสังเกตการณ์หลายคนจับตาเวียดนามด้วย เนื่องจากสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย เรียกเวียดนามเป็น “กระดิ่งลม” วัดความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน ช่วงเวลาที่เวียดนามถูกมองว่าอยู่ข้างเดียวกับตะวันตกและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนกรณีรุกรานยูเรน ถือเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงสำคัญ
“พวกเขาจะไปถึงช่วงเวลานั้นเมื่อรัสเซียกำลังพ่ายแพ้ และไม่มีช่วงที่แสดงถึงสถานะอันสมดุลนี้ได้อีก เมื่อนั้นพวกเขาจะเคลื่อนไปหามุมมองส่วนใหญ่”
แต่ไม่เหมือนกับประเทศในยุโรป นักวิเคราะห์กล่าวว่า อาเซียนจะรักษาแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงกับรัสเซียไว้ต่อไป และยึดถือสายสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ ที่รูปแบบการโหวตไม่มีทีท่าเป็นเหตุให้สายสัมพันธ์ตึงเครียดมากมาย
ไคลม์กล่าวว่า คุณค่าของรัสเซียต่ออาเซียนไม่ใช่แค่ “เชิงวัตถุ” และขยายไปเกินกว่าแค่นำเข้าอาวุธและความร่วมมือด้านพลังงาน เพราะรัสเซียยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สำคัญต่ออาเซียน
“ในทางกลับกัน รัสเซียเคยเป็นและยังคงเป็นมหาอำนาจสืบเนื่อง และสถานะระดับโลกของรัสเซียและความแข็งแกร่งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้รัสเซียเป็นหุ้นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ ”รอบทิศทาง“ ของอาเซียน จึงไม่ใช้จุดยืนทางจริยธรรมกับพฤติกรรมของมหาอำนาจ” ไคลม์กล่าว
แนวทางปฏิบัตินิยมของอาเซียนเห็นได้จากวิธีที่กลุ่มทำกับรัสเซีย เช่น ตอนที่อาเซียนตัดสินใจยกระดับความเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย หลังรัสเซียถูกระงับสมาชิกภาพจี8 ในปี 2557 อาเซียนน่าจะทำแบบนั้นต่อไป
“อาเซียนไม่เพียงแค่รักษาสัมพันธภาพกับรัสเซีย แต่ยังยกระดับไปเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในปี 2561 ด้วย ตั้งแต่นั้นวลาดิมีร์ ปูตินมาร่วมประชุมผู้นำเอเชียตะวันออกทุกครั้ง ด้วยมองว่าเป็นการประชุมกับภายนอกของอาเซียนที่สำคัญที่สุด แม้ก่อนหน้านั้นตัวแทนรัสเซียจะเป็นระดับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต่างประเทศ” ไลม์กล่าว
แต่นักวิเคราะห์ย้ำว่า รัสเซียจะไม่ใช่ความสำคัญสูงสุดของชาติอาเซียน โดยเฉพาะกับต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากสงคราม
“สำหรับอาเซียน ตอนนี้รัสเซียไม่ใช่หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ในระยะสั้น และปูตินทำลายมันแล้ว อีกสักพักดูเหมือนเศรษฐกิจรัสเซียจะกลับมา แต่ตอนนี้เขาทำลายมัน” จองจากอาร์เอสไอเอสกล่าว





