เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ จำลองการโจมตีเกาหลีใต้ โดยการทดสอบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการใช้ขีปนาวุธนำวิถีที่มีหัวรบนิวเคลียร์จำลองด้วย เพื่อป้องปรามแผนการรุกรานเกาหลีเหนือ โดย“คิม จองอึน” ดูแลการทดสอบด้วยตัวเอง
สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า การทดสอบขีปนาวุธในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองการโจมตีเกาหลีใต้ด้วยอา่วุธร้ายแรงดังกล่าว โดยช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดอย่างหนัก หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยต่าง ๆ ถึง 7 ครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐจัดการซ่อมรบร่วมเพื่อฝึกปรือการป้องกันประเทศที่ฝ่ายเกาหลีเหนือมองว่า เป็นการซ้อมรบเพื่อบุกเกาหลีเหนือมากกว่า
วานนี้ (10 ต.ค.) สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่า การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในช่วงนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองการถล่มเกาหลีใต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ถือเป็นการเตือนเกาหลีใต้และสหรัฐหลังจากการซ้อมรบร่วมขนาดใหญ่ของกองทัพเรือระหว่างทั้งสองประเทศ
มีรายงานด้วยว่า การทดสอบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีการใช้ขีปนาวุธนำวิถีที่มีหัวรบนิวเคลียร์จำลองด้วย เพื่อป้องปรามแผนการรุกรานเกาหลีเหนือ โดย“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นผู้ดูแลการทดสอบด้วยตัวเอง
สำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือยังบอกด้วยว่า การทดสอบขีปนาวุธต่าง ๆ ได้จำลองการโจมตีเป้าหมายสำคัญในเกาหลีใต้ เช่น ศูนย์บัญชาการของกองทัพ ท่าเรือหลัก และสนามบิน ซึ่งการทดสอบครั้งนี้บ่งชี้ว่า ประสิทธิภาพและความสามารถในการต่อสู้ในทางปฏิบัติของกองกำลังรบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้รับการพิสูจน์แล้ว และพร้อมที่จะโจมตี รวมทั้งทำลายเป้าหมายได้ทุกเมื่อจากทุกที่
“คิม จองอึน” กล่าวว่าแม้ว่าศัตรูจะพูดถึงการพูดคุยและการเจรจาต่อไป แต่เกาหลีเหนือไม่มีอะไรจะพูด และก็ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องคุยแล้ว
เคซีเอ็นเอ ระบุด้วยว่า การตัดสินใจดำเนินการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นการตอบสนองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากกองทัพเรือสหรัฐ และเกาหลีใต้ระดมยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ เช่น เรือบรรทุกเครื่องบิน และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์
“อังกิต แพนดา” นักวิเคราะห์จากคาร์เนกี เอ็นโดว์เมนท์ ฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีซในสหรัฐ ประเมินว่า คำแถลงของเกาหลีเหนือบ่งชี้ว่า การทดสอบขีปนาวุธระลอกล่าสุดเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังสหรัฐ และเกาหลีใต้”
“ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือเคยอ้างว่ามีขีปนาวุธเพียงตัวเดียวที่มีความสามารถด้านนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Tactical) หรือนิวเคลียร์เพื่อการใช้ในสนามรบในสถานการณ์ทางการทหารเท่านั้น ต่างจากนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Strategic) ที่มุ่งเน้นการทำลายความสามารถในการรบของศัตรูและชีวิตประชากรจำนวนมาก”แพนดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม แพนดาประเมินว่า จากคำแถลงของเกาหลีเหลือบ่งชี้ว่า ระบบขีปนาวุธจำนวนมากทั้งใหม่และเก่าของเกาหลีเหนืออาจจะถูกใช้เป็นนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้ และหากเกาหลีเหนือกลับมาทำการทดสอบนิวเคลียร์ต่อ ก็อาจรวมถึงการพัฒนาหัวรบยุทธวิธีที่มีขนาดเล็กลง และได้รับการออกแบบมาให้พอดีกับขีปนาวุธพิสัยใกล้ ซึ่งเป็นชนิดขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทดสอบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งการใส่หัวรบขนาดเล็กไว้ในขีปนาวุธพิสัยใกล้ อาจแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่อันตรายในวิธีที่เกาหลีเหนือปรับใช้และวางแผนที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ เจอการประท้วงอย่างหนักจากเกาหลีใต้และสหรัฐที่ซ้อมรบร่วมกัน ทั้งยังถูกประณามจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น)และญี่ปุ่น โดยเฉพาะฝ่ายหลังที่ระบุว่า ขีปนาวุธเกาหลีเหนือตกในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษญี่ปุ่นอีกแล้ว
รัฐบาลเกาหลีเหนือ ทำการทดสอบ ยิงขีปนาวุธ รอบดึกในคืนวันเสาร์ต่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8-9 ต.ค.) ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และเกิดขึ้นก่อนที่กรุงเปียงยางจะจัดงานฉลอง ครบรอบ 77 ปีพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวของประเทศ คาดว่าน่าจะมีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของเกาหลีเหนือตามธรรมเนียม
การทดสอบขีปนาวุธรอบใหม่ของเกาหลีเหนือยังเกิดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ ได้สิ้นสุดการร่วมซ้อมรบกับเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
กองทัพเกาหลีใต้ รายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูกออกมาระหว่างช่วงเวลา 01.48 น. และ 01.58 น. ของวันอาทิตย์ (9 ต.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น จากพื้นที่มุนชอน ไปยังทะเลตะวันออก ที่รู้จักกันในชื่อ “ทะเลญี่ปุ่น” โดยขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกยิงออกไปเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงสุด 90 กิโลเมตร
“โทชิโร อิโนะ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น แจกแจงรายละเอียดการยิงทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งนี้ว่า ขีปนาวุธทั้งสองลูกตกลงในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเชื่อว่า ความน่าจะเป็นของการยิงครั้งนี้คือ การทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวจากเรือดำน้ำ
รายงานข่าวระบุว่า เขตมุนชอน ซึ่งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาหลีเหนือ เป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือที่มีการซ่อมแซมมาตั้งแต่ปี 2559
สถานการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นการขู่คุกคามจากเกาหลีเหนือ ทำให้สภาความมั่นคงเกาหลีใต้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อประณามอย่างรุนแรงต่อการเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นการสั่นคลอนเสถียรภาพซึ่งละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งการยิงทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในช่วงกลางคืนครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการทดสอบครั้งที่ 7 ในช่วงเวลาเพียง15 วัน
อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐ ประเมินว่า การยิงทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือนี้ ถือว่ายังไม่ได้เป็นภัยคุกคาม “โดยซึ่งหน้า” ต่อสหรัฐเองหรือต่อพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคนี้



