นิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับวิกฤติผู้อพยพที่พากันหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในนิวยอร์ก ขณะตัวเลขระบุผู้อพยพทะลักเข้า 17,000 คนในช่วงเวลาไม่ถึง 6 เดือน
เว็บไซต์ข่าวบีบีซี รายงานอ้างคำพูดของนายเอริค อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ที่ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติการทะลักเข้าเมืองของกลุ่มผู้อพยพ หลังจากมีผู้อพยพเข้าเมืองนิวยอร์กผ่านพรมแดนทางตอนใต้ของเมืองจำนวนกว่า 17,000 คน นับตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
รายงานข่าวระบุว่า ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ รัฐที่เป็นฐานเสียงของรีพับลิกันอย่างเท็กซัส และฟลอริดา พยายามส่งออกผู้อพยพไปยังพื้นที่ของรัฐเดโมแครต เพื่อตอบโต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังจากจำนวนผู้อพยพหลั่งไหลมาถึงพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก เพิ่มขึ้นมาก
นายอดัมส์ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา มีรถบัสบรรทุกผู้อพยพเข้ามานิวยอร์กวันละ 5-6 คัน ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัวที่มีลูกเล็กในวัยเรียน และต้องการการรักษาพยาบาล โดยพบว่าประมาณ 1 ใน 5 คนที่อยู่ในระบบที่พักพิงชั่วคราว กำลังทำเรื่องของลี้ภัยพักอาศัย
"แม้นิวยอร์กจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องใช้งบประมาณประจำปีมากถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ จึงร้องขอไปทางรัฐบาลกลางช่วยสนับสนุนเงินงบประมาณเพื่อจัดหาที่พักพิงและความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้อพยพเหล่านี้
นอกจากนี้ ยังร้องขอให้รัฐบาลกลางดำเนินการด้านกฎหมายให้ผู้อพยพสามารถหางานทำได้อย่างถูกกฎหมาย และจัดทำแผนกระจายผู้อพยพไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ" นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าว



