‘มิน อ่อง หล่าย’ พบ ‘ปูติน’ ครั้งแรกหลังรัฐประหาร

‘มิน อ่อง หล่าย’ พบ ‘ปูติน’ ครั้งแรกหลังรัฐประหาร

“มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าพบ ประธานาธิบดีปูติน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทำรัฐประหาร นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศที่กำลังถูกคว่ำบาตรจากประชาคมโลก

พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าพบกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย นอกรอบการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (อีอีเอฟ) ครั้งที่ 7 ที่เมืองวลาดิวอสตอค นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจากประชาคมโลก

“ความสัมพันธ์ของเรากำลังพัฒนาไปในทางบวก” สำนักข่าว อาร์ไอเอ ของรัสเซีย อ้างคำพูดของ ประธานาธิบดีปูติน ระหว่างการพูดคุยครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการฉลองครบรอบ 75 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

สำหรับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ซึ่งยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเมียนมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ได้มาเยือนรัสเซียเป็นครั้งที่สอง นับตั้งแต่การทำรัฐประหาร ขณะที่ ประธานาธิบดีปูติน เป็นผู้นำต่างชาติคนที่สองที่พบกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นับตั้งแต่การยึดอำนาจของกองทัพ

ประเทศเมียนมา ตกอยู่ในภาวะวิกฤติจากการทำรัฐประหาร ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ และการเคลื่อนไหวของประชาชนทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน ในการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และการที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามแผนระดับภูมิภาคเพื่อยุติความรุนแรง ทำให้เกิดการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ส่งผลกองทัพจำเป็นต้องเร่งมองหา และกระชับความสัมพันธ์ระยะยาวกับพันธมิตรเช่นรัสเซีย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติเช่นกัน จากการใช้กำลังทางทหารเข้ารุกรานยูเครนที่เริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน

“โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา” สื่อของรัฐบาลเมียนมา รายงานว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ได้พบกับ อันตอน โคเบียคอฟ ที่ปรึกษาของ ประธานาธิบดีปูติน ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา (6 ก.ย.) โดยมี อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย และนายทหารอาวุโสจากเมียนมาเข้าร่วมด้วย

ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือกันเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่ดีระหว่างรัสเซีย และเมียนมา และยังครอบคลุมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการค้าน้ำมัน และก๊าซ

ซึ่งเมียนมาได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม ว่ามีแผนนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรัสเซียเพื่อบรรเทาวิกฤติพลังงานในประเทศ และในการพบกันครั้งนี้ ผู้นำเมียนมาได้บอกกับ ประธานาธิบดีปูติน ด้วยว่า เมียนมาพร้อมที่จะจ่ายค่านำเข้าเชื้อเพลิงรัสเซียด้วยเงินสกุลรูเบิล อีกด้วย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์