อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนมิ.ย.ทะยานทำสถิติสูงสุดในรอบ 40 ปีที่อัตรา 9.1% ท่ามกลางสารพัดปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ทำให้ภาคครัวเรือนอเมริกันแบกรับภาระมากขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยแรงอีกรอบ
แต่แนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้ เพิ่มโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยตัวเลขการปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (ซีพีไอ)เพิ่มขึ้นถึง 9.1% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี2524 สาเหตุหลักเกือบครึ่งหนึ่งมาจากต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ด้านสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) แถลงว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลง 3.6 จุด สู่ระดับ 89.5 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2556
ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจพบว่าภาคธุรกิจยังคงมีความต้องการแรงงานเพื่อรองรับการขยายตัว ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นปัญหาที่เฟดจะต้องเร่งหาทางแก้ไข แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วที่สุดในรอบสามทศวรรษ เพื่อหวังจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงแล้ว
แต่จากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในปลายเดือนนี้ถึง 0.75% เช่นเดียวกับเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์พากันปรับตัวลดลงตามไปด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี)ระบุว่า เงินเฟ้อที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐทำให้ประชาชนประมาณ 71 ล้านคนต้องประสบปัญหา และถูกผลักให้เข้าไปสู่สถานะยากจนในช่วง 3 เดือนแรกหลังรัสเซียบุกโจมตียูเครน



