"มอร์แกน สแตนลีย์" ชี้ "เศรษฐกิจสหรัฐ" มีโอกาส 50% เผชิญภาวะถดถอย

"มอร์แกน สแตนลีย์" ชี้ "เศรษฐกิจสหรัฐ" มีโอกาส 50% เผชิญภาวะถดถอย

นายเจมส์ กอร์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมอร์แกน สแตนลีย์ออกโรงเตือนในวันจันทร์ (13 มิ.ย.) ว่า มีโอกาส 50% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย แม้สถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงก็ตาม พร้อมเตือนว่านักลงทุนเสี่ยงเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

"ตอนนี้ เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงถดถอย 50%" นายกอร์แมนกล่าวในที่ประชุมที่จัดโดยมอร์แกน สแตนลีย์ หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา เขาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสถดถอยไม่ถึง 50%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ดัชนี S&P500 เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) ในวันจันทร์ หลังร่วงลงกว่า 20% จากระดับปิดสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 3 ม.ค. เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าเศรษฐกิจอาจถดถอย

อย่างไรก็ดี บรรดาผู้บริหารที่ขึ้นกล่าวในการประชุมอุตสาหกรรมการเงินของมอร์แกน สแตนลีย์เปิดเผยว่า ผู้บริโภคและบริษัทสหรัฐยังคงมีสถานะทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวจากภาวะหดตัวและป้องกันธนาคารจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจหดตัว

นักวิเคราะห์หลายสำนักซึ่งรวมถึงบาร์เคลย์ส และแคปิตอล อิโคโนมิกส์ต่างคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 8.6% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.3%

สำหรับความเป็นไปได้ในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อของเฟดนั้น ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าจะฉุดรั้งเศรษฐกิจ นักลงทุนจึงแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ