วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์บวก435จุดขณะนลท.จับตาข้อมูลภาคแรงงานของสหรัฐศุกร์นี้

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันพฤหัสบดี(2มิ.ย.) ปรับตัวขึ้น 435 จุด หลังปรับตัวลง 2 วันติด ก่อนหน้าการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 435.05 จุด หรือ 1.33% ปิดที่ 32,248.28 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 75.59 จุด หรือ 1.84% ปิดที่ 4,176.82 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 322.43 จุด หรือ 2.69% ปิดที่ 12,316.90 จุด

อย่างไรก็ตาม หุ้นไมโครซอฟท์ ซึ่งถูกใช้ในการคำนวณทั้งดัชนีดาวโจนส์และแนสแด็กดิ่งลงราว 3% ในวันนี้ หลังบริษัทเตือนว่าผลประกอบการในไตรมาสปัจจุบันอาจต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์  ส่วนหุ้นแอ๊ปเปิ้ลและหุ้นอเมซอน รวมทั้งหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีต่างปรับตัวลงในวันนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชน หลังจากที่ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 128,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 299,000 ตำแหน่ง

การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐชะลอตัวในเดือนพ.ค. โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี, สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในจีนเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 210,000 ราย

นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐ ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 34,000 ราย สู่ระดับ 1.31 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2512

เมื่อวันพุธ(1มิ.ย.)ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 0.5% หลุดระดับ 33,000 จุด โดยปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากหดตัวลง 1.4% ในไตรมาส 1/65

นอกจากนี้ เฟดเริ่มใช้มาตรการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) เมื่อวานนี้ ตามมติในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 4 พ.ค.

ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เฟดจะลดขนาดงบดุลในวงเงิน 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เฟดจะเพิ่มการลดขนาดงบดุลเป็น 2 เท่า สู่ระดับ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน

นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 มิ.ย. โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมดังกล่าว รวมทั้งในการประชุมเดือนก.ค.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ตลาดจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 325,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2512

ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 428,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 400,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.5%