อินโดนีเซียเผยสูญเสียรายได้ถึง 6 ล้านล้านรูเปียห์จากคำสั่งห้ามส่งออก

อินโดนีเซียเผยสูญเสียรายได้ถึง 6 ล้านล้านรูเปียห์จากคำสั่งห้ามส่งออก

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มในวันพฤหัสบดี(19พ.ค.) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 พ.ค. หลังจากที่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปรุงอาหารในประเทศได้บรรเทาลง

ก่อนหน้านี้ ปธน.วิโดโด ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปรุงอาหารในประเทศ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชน และส่งผลให้นักศึกษาออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล

ปธน.วิโดโดกล่าวในวันนี้ว่า รัฐบาลยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม แม้ว่าราคาน้ำมันปรุงอาหารยังไม่ได้ลดลงสู่ระดับ 14,000 รูเปียห์/ลิตรตามเป้าหมายของรัฐบาล แต่การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของแรงงานจำนวน 17 ล้านคนในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามส่งออกดังกล่าว

นางศรี มุลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย กล่าวว่า คำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดังกล่าวได้ทำให้อินโดนีเซียสูญเสียรายได้ถึง 6 ล้านล้านรูเปียห์

สมาคมน้ำมันปาล์มและเกษตรกรชาวสวนปาล์มของอินโดนีเซีย ต่างแสดงความพอใจต่อการที่รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มในวันนี้

นายเอดดี มาร์โตโน เลขาธิการสมาคมน้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย ขานรับมติดังกล่าวของรัฐบาล โดยระบุว่า ขณะนี้คลังกักเก็บน้ำมันปาล์มทุกแห่งของอินโดนีเซียได้บรรจุน้ำมันปาล์มจนเต็มแล้ว จากที่มีศักยภาพในการกักเก็บสต็อกน้ำมันปาล์มราว 6-7 ล้านตัน

ส่วนสหภาพเกษตรกรชาวสวนปาล์มอินโดนีเซีย (เอสพีเคเอส) แสดงความพอใจเช่นกัน โดยหวังว่าแรงงานจะสามารถกลับเข้าทำงานในสวนปาล์มตามปกติในไม่ช้า