'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

ไทย-ซาอุดีอาระเบีย กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้น และสอดคล้องกับบริบทโลก

"ดอน ปรมัตถ์วินัย" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำคณะผู้แทนหน่วยราชการด้านเศรษฐกิจ นักธุรกิจและภาคเอกชนกว่า 100 คนเดินทางเยือนซาอุฯระหว่างวันที่ 15 - 19 พ.ค. เพื่อสานต่อการเยือนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมาที่มีการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศให้กลับสู่สถานะปกติ

 

"ดามพ์ บุญธรรม" อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ เล่าว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ซาอุฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก่อนที่คณะนักธุรกิจชั้นนำของซาอุฯกว่าร้อยคนจะเยือนไทยในเดือน ก.ค.นี้ 

 

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

 

 

ปีนี้จะมีความสำคัญและมีความหมายสำหรับประเทศไทยในการเตรียมพิธีรับเสด็จเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมซาอุฯ หลังทรงตอบรับเสด็จฯเยือนไทยและระหว่างนี้กำลังจัดหาวันที่เหมาะสม

 

ในช่วงระยะ 4 เดือนหลังจากการเยือนของนายกรัฐมนตรี มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองประเทศที่มีความสำคัญๆหลายด้าน เช่น สายการบินซาอุฯเปิดเที่ยวบินตรงกรุงริยาด-กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนมี.ค. ทางการซาอุฯยกเลิกข้อห้ามพลเมืองประเทศตนเองเดินทางมาไทยและอนุญาตให้คนไทยไปซาอุฯได้ และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงด้านแรงงานร่วมกันสองฉบับ 


 

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

 

 

 

ขณะที่ทางการไทยอนุญาตให้มีการส่งออกสินค้าสัตว์ปีกไปยังตลาดซาอุฯที่หยุดชะงักไปตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก 


นอกจากนี้ มีการประชุมคณะทำงานร่วมไทย-ซาอุฯครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นการปรึกษาหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 - 29 มี.ค. เพื่อยกร่างแผนโรดแมปการขับเคลื่อนและส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี และร่างการจัดตั้งความตกลงสภาความร่วมมือซาอุ-ไทย ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามผลการหารือระหว่างนายกฯประยุทธ์กับมกุฎราชกุมารซาอุฯ

 

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

ส่วนเป้าหมายการเยือนครั้งนี้ มุ่งสานต่อประเด็นที่ได้หารือกันไว้และแสดงให้ฝ่ายซาอุฯเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของฝ่ายไทยที่ต้องการสานสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานที่มั่นคง

ขณะเดียวกัน ยังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยราชการสองประเทศ รวมทั้งภาคเอกชนให้ติดต่อประสานงานรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามบริบทต่างๆ ของโลกโดยหวังให้การเยือนครั้งนี้เปิดโอกาสแสวงหาพันธมิตรทางการค้า-การลงทุนระหว่างกัน เพราะต่างฝ่ายต่างเล็งเห็นศักยภาพของกันและกัน

"ซาอุฯเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและจำนวนประชากรมากที่สุดในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (จีซีซี) และสามารถเป็นประเทศเชื่อมต่อการค้าการลงทุนของไทยไปยังยุโรป ขณะที่ซาอุฯมองไทยว่าเป็นศูนย์กลางและเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย" ดามพ์ กล่าว

โอกาสนี้ รองนายกฯดอนจะได้หารือทวิภาคีกับเจ้าชายฟัยศ็อล บินฟัรฮาน อัลซะอูดรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ,คาหลิด อับดุลอะซีซ อัลฟาลิฮ์ รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุนซาอุฯ ,เจ้าชายอับดุลลาซิส บินซัลมาน อัล ซะอูล รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุฯ 

นอกจากนี้ รองนายกฯดอน และภาคเอกชนจะร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลอาหารฮาลาลไทย ปี2565 ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทย โดยเฉพาะอาหารในซาอุดีอาระเบีย

 

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย

 

ภาคเอกชนทั้งสองประเทศจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกันและหารือถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยในการเยือนครั้งนี้ จะมีการจัดฟอรั่มการลงทุนซาอุฯ-ไทย เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของสองประเทศ และยังจะมีการจัดเวทีจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อให้ภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสหารือกันในรายละเอียดทางการค้า คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 300 คน

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนว่าซาอุดีอาระเบียมีความตั้งใจให้การต้อนรับคณะไทยคือการจัดให้คณะเดินทางได้เข้าเยี่ยมชม "คิงอับดุลลา ซิตี้" ในเมืองเจดดาห์ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของซาอุดีอาระเบียในภาคตะวันตกของประเทศและเมืองอัล-อูลา หนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 (Saudi Vision2030) ที่พัฒนาเมืองประวัติศาสตร์ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอายุเก่าแก่หลายพันปีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม  

ทั้งยังเป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต (living museum)" เพื่อสำรวจศักยภาพ และลู่ทางในการส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนในด้านการท่องเที่ยว การบริการ และการโรงแรมระหว่างกัน

อิศอม ศอเลียะห์ เอช. อัลฌุฏอยลี (Mr. Essam Saleh H. Algetale) อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย กล่าวว่า นี่จะเป็นประวัติศาสตร์ความร่วมมือซาอุฯ-ไทยที่มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์สองประเทศให้แข็งแแกร่งและยั่งยืน แม้ยังมีหลายประเด็นที่ยังไม่ได้หารือในรายละเอียด และโอกาสนี้ หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมถึงการส่งออก และการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น 

แม้มูลค่าการค้าระหว่างซาอุฯ - ไทยปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 168,000 ล้านบาท ไม่สูงมากนักแต่อุปทูตซาอุฯ แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศที่จะเพิ่มมูลค่าและปริมาณการค้าระหว่างกันให้สูงขึ้นได้

 

'การค้า-การลงทุน'ซาอุฯ หมุดหมายใหม่เอกชนไทย