นักวิเคราะห์จากบริษัท เจพีมอร์แกน ประกาศปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนในหุ้นไทยลงในวันจันทร์(2พ.ค.) จากกรณีการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะผลพวงจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน และการระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19
เจ.พี.มอร์แกน ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเผชิญแรงต้านมากมายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทั่วโลก และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ประกอบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ จนทำให้ต้องปรับน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นไทยลงจาก overweight (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) เป็น neutral (คงน้ำหนักการลงทุน)
ทั้งนี้ สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ระบุว่า ในปี 2562 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทำเงินให้กับเศรษฐกิจไทยประมาณ 380,600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 11.8% ของจีดีพีของประเทศ และในปีเดียวกันนี้ หรือก่อนที่จะเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวน 40 ล้านคน โดย 1 ใน 4 มาจากประเทศจีน
แต่ในปีนี้ ทางการไทยคาดการณ์ว่า จะมีนักเดินทางต่างชาติเข้ามาในประเทศราว 5-10 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากมาเลเซียและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในเดือนเม.ย. หลังรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด แต่เศรษฐกิจของประเทศยังคงถูกกดดันจากภาวะค่าครองชีพที่แพงขึ้น





