วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ม.เกษตรฯ ชูความสำเร็จวิจัยอวกาศไทย สะท้อนศักยภาพนักวิจัย สู่เทคโนโลยีอนาคต

ความสำเร็จของโครงการศึกษาผลึกเหลวในอวกาศ (TLC) สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทย ในการทำงานวิจัยที่ซับซ้อนและมีมาตรฐานสูง รวมถึงความสำคัญของความร่วมมือหลายภาคส่วนในการผลักดันงานวิจัยอวกาศ

KEY POINTS

  • ม.เกษตรฯ รับมอบคืนเพย์โหลดโครงการวิจัย "ผลึกเหลวไทยในอวกาศ" (TLC) จากองค์การ NASA หลังเสร็จสิ้นภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ
  • ความสำเร็จของโครงการสะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการดำเนินงานวิจัยด้านอวกาศที่ซับซ้อนและได้มาตรฐานระดับสากล
  • การวิจัยมุ่งศึกษาฟิล์มบางผลึกเหลวในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีจอภาพ LCD ขั้นสูงในอนาคต
  • โครงการนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานให้ทุนวิจัยของไทย และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอวกาศ

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน “Exposed to Space: TLC Payload Return and Our next ISS External Mission” ซึ่งบริษัท Voyager Technologies ที่ปรึกษาด้านอวกาศของโครงการ TLC ได้รับมอบเพย์โหลดคืนจากองค์การ NASA

และมอบหมายให้ Mr. Scott Rodriguez, Vice President และ Mr. Marcello Caporicci, Mission Manager ของโครงการ TLC นำเพย์โหลดมาคืนแก่ทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม เป็นผู้รับมอบ 

ม.เกษตรฯ ชูความสำเร็จวิจัยอวกาศไทย สะท้อนศักยภาพนักวิจัย สู่เทคโนโลยีอนาคต

ผศ. น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ Thailand Liquid Crystals in Space (TLC) ว่า เป็นเรื่องที่สร้างความยินดีและความภาคภูมิใจแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัย ในการสนับสนุนงานวิจัยที่มีความซับซ้อนและมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยเฉพาะงานวิจัยด้านอวกาศ ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายสาขา การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และความพยายามอย่างต่อเนื่องกว่าจะสามารถดำเนินการทดลองได้จริง

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความสำคัญกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยทั้งในเชิงประยุกต์และการวิจัยพื้นฐาน เพราะงานวิจัยพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระยะยาว

ความสำเร็จของโครงการ TLC แสดงให้เห็นว่า องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดสู่การวิจัยที่มีความท้าทายสูงได้

หากมีการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และสามารถนำความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกันจนเกิดผลการทดลองที่เป็นรูปธรรม

ความสำเร็จของโครงการไม่ได้เกิดจากมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน รวมถึงหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอวกาศที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้นักวิจัยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และเครือข่ายการทำงานที่จำเป็นต่อการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของภารกิจอวกาศ

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการที่อุปกรณ์ทดลองได้กลับมายังประเทศไทยหลังปฏิบัติภารกิจเท่านั้น

แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของนักวิจัยและกลุ่มวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการดำเนินงานวิจัยที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ

เนื่องจากการนำอุปกรณ์ขึ้นไปทดลองในอวกาศต้องผ่านข้อกำหนดและมาตรฐานทางเทคนิคที่เข้มงวดกว่าการทดลองทั่วไป ทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย และความพร้อมของระบบต่าง ๆ

อุปกรณ์ที่จะเข้าร่วมภารกิจจึงต้องได้รับการพัฒนาและตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ม.เกษตรฯ ชูความสำเร็จวิจัยอวกาศไทย สะท้อนศักยภาพนักวิจัย สู่เทคโนโลยีอนาคต

โครงการ TLC สะท้อนเป้าหมายสำคัญของ บพค. ทั้งในด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเข้าถึงเครือข่ายความรู้และเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงการทำความเข้าใจคุณค่าของงานวิจัยเชิงลึก

ซึ่งอาจไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือผลตอบแทนที่จับต้องได้ในทันทีเมื่อเทียบกับงานวิจัยบางประเภท แต่มีความสำคัญต่อการสะสมองค์ความรู้และขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว

การทดลองในอวกาศเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะการดำเนินงานต้องเตรียมความพร้อมของระบบตั้งแต่ต้นอย่างละเอียด เนื่องจากเมื่ออุปกรณ์ถูกส่งขึ้นไปแล้ว การเข้าถึงเพื่อแก้ไขปัญหาย่อมมีข้อจำกัด และหลายขั้นตอนต้องอาศัยการควบคุมจากระยะไกล

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมวิจัยได้เรียนรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การควบคุมระบบ และการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้กับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้

เกี่ยวกับ โครงการวิจัย Thailand Liquid Crystals in Space (TLC)

โครงการวิจัย Thailand Liquid Crystals in Space (TLC)  นำโดย รศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาฟิล์มบางผลึกเหลวภายใต้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วงบนสถานีอวกาศนานาชาติ

โครงการเริ่มเมื่อปี 2564 ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และองค์การ NASA ในการศึกษาผลึกเหลวภายใต้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง   

ม.เกษตรฯ ชูความสำเร็จวิจัยอวกาศไทย สะท้อนศักยภาพนักวิจัย สู่เทคโนโลยีอนาคต

การทดลองผลึกเหลว (Liquid Crystal) ในอวกาศนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี Liquid Crystal Display (LCD) ขั้นสูงกว่าที่ใช้ในปัจจุบัน  LCD ใช้เป็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ใช้อย่างแพร่หลายในประชากรของประเทศไทยทุกระดับชั้น 

อุตสาหกรรมผลิตจอภาพ LCD ปัจจุบันนี้มีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีแนวโน้มโตถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประชากรโลกทุกระดับชั้น

ในการทำการทดลองผลึกเหลวในอวกาศนั้นจะกำจัดผลของแรงโน้มถ่วงของโลกไปได้ ซึ่งจะลดปริมาณจุดบกพร่องภายในผลึกเหลวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ผลึกเหลวในอวกาศจะตอบสนองต่อสนามไฟฟ้าได้ดีกว่าบนพื้นโลก 

ม.เกษตรฯ ชูความสำเร็จวิจัยอวกาศไทย สะท้อนศักยภาพนักวิจัย สู่เทคโนโลยีอนาคต

โครงการ TLC ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยหลักในการสร้างและทดสอบเพย์โหลดจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

และงบประมาณเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)  และการนำเพย์โหลดขึ้นสู่อวกาศ 

และทำการทดลองในอวกาศโดยนักบินอวกาศนาซานั้นได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินการจาก U.S. ISS National Laboratory และองค์การนาซา เป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท.