วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

สจล.- SCGC เปิดตัว "แพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำ" ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จุได้ 2-3 ตัน!

สจล.- SCGC เปิดตัวนวัตกรรม "แพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำ" ช่วยเหลือผู้ประสบภัย คุณภาพสูง จุได้ 2-3 ตัน! "ยศชนัน" เตรียมส่งมอบ กทม. บรรเทาทุกข์ประชาชน

KEY POINTS

  • สจล. ร่วมมือกับ SCGC พัฒนา "แพกู้ภัย" จากนวัตกรรมทุ่นลอยน้ำที่เดิมออกแบบสำหรับโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อใช้ขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
  • แพกู้ภัยมีโครงสร้างแบบโมดูลาร์ ประกอบง่าย แข็งแรงทนทาน สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 2,000-3,000 กิโลกรัม (2-3 ตัน) และใช้งานได้ดีในพื้นที่น้ำตื้น
  • มีการทดสอบใช้งานจริงเพื่อลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่น้ำท่วม โดยใช้เรือไฟฟ้าลากจูง และมีแผนจะส่งมอบให้ กทม. นำไปใช้งานต่อไป

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและตรวจเยี่ยมการนำนวัตกรรมมาใช้บรรเทาทุกข์ประชาชน ณ ท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบัง

โดยได้ร่วมทดสอบและใช้งานนวัตกรรม "ทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูง" ที่นำมาประยุกต์เป็น "แพกู้ภัย" เพื่อเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

นวัตกรรมแพกู้ภัยดังกล่าว เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว., สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนนวัตกรรมจาก บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC นำโดยนายพรชัย แสงรุ่งศรี ผู้จัดการศูนย์นวัตกรรม i2P (Ideas to Products) Center

ที่ได้นำทุ่นลอยน้ำซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (SCGC Floating Solar Solutions) มามอบให้ทาง สจล. นำมาต่อยอดสร้างเป็นแพกู้ภัยสำหรับใช้ขนส่งสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤติ

สำหรับจุดเด่นของทุ่นลอยน้ำนวัตกรรมนี้ คือมีระบบโครงสร้างแบบโมดูลาร์ (Modular) ที่ประกอบง่าย รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบและเคลื่อนย้ายได้สะดวก มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อกระแสลมและคลื่นได้เป็นอย่างดี

แพกู้ภัยลำนี้มีพื้นที่กว้างถึง 47 ตารางเมตร สามารถรองรับน้ำหนักและจุสิ่งของได้สูงสุดราว 3,000 กิโลกรัม (สำหรับความจุที่พอดีนั้นอยู่ที่ประมาณ 2,000 กิโลกรัม)

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษคือ "กินน้ำน้อย" และมีแรงเสียดทาน (Friction) ต่ำ ทำให้สามารถวิ่งในพื้นที่น้ำตื้นได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้เพียงเรือขนาดเล็กลากจูงได้เลย จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้ขนส่งความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่เข้าถึงยาก หรือในพื้นที่น้ำตื้นที่มีสิ่งกีดขวาง

ทั้งนี้ ในอนาคตยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นโป๊ะเก็บขยะลอยน้ำได้อีกด้วย ซึ่งทางกระทรวง อว. จะดำเนินการประสานและส่งมอบนวัตกรรมแพกู้ภัยดังกล่าวให้แก่ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมด้วยทีมงาน ได้ร่วมโดยสารบนแพกู้ภัย ล่องไปตามเส้นทางคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อนำถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค เข้าไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ณ ตลาดหัวตะเข้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากและมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยภารกิจดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุน "เรือไฟฟ้า" จากกลุ่มบริษัท TTA Group เข้ามาช่วยลากจูงอำนวยความสะดวก ซึ่งเรือไฟฟ้านี้มีข้อดีคือ "ไม่มีคลื่นและไม่มีเสียงรบกวน" จึงเป็นมิตรต่อผู้ประสบภัย ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือผลกระทบต่อบ้านเรือนริมน้ำ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความสำเร็จในการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า “นวัตกรรมทุ่นลอยน้ำนี้ เดิมใช้สำหรับวางแผงโซลาร์เซลล์ ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพที่ทำขึ้นรูปใหม่ มีจุดเด่นคือความแข็งแรงและกินน้ำลึกน้อยมาก เมื่อนำมาประกอบกันในรูปแบบโมดูลาร์ที่สามารถต่อขยายได้เหมือนจิ๊กซอว์ จึงประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย

ไม่เพียงแต่ใช้ขนสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยในวันนี้เท่านั้น แต่ในอนาคตยังสามารถนำไปใช้เป็นโป๊ะเก็บขยะได้ ซึ่งเราได้พูดคุยเตรียมประสานให้ กทม. นำไปใช้งานต่อ

นอกจากนี้ การใช้เรือไฟฟ้ามาช่วยลากจูงแพกู้ภัยยังถือว่ามาบรรจบกันได้อย่างพอดี เพราะเป็นเรือที่เสียงเงียบ ไม่ทำให้เกิดคลื่น ทำให้ชาวบ้านพึงพอใจและไม่สร้างผลกระทบเหมือนเรือหางยาวทั่วไป ต้องขอขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม”