วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569

Login
Login

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ่นยนต์จีนราคาถูกที่รุกตลาดโลก หุ่นยนต์ดินสอ ปรับทัพสู่ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์เต็มตัว ชูนวัตกรรมตรวจมะเร็งจากกลิ่นลมหายใจที่เก็บข้อมูลมานานถึง 8 ปี

KEY POINTS

  • หุ่นยนต์ดินสอเตรียมเปิดตัว "Dinsaw AI Breath Analyzer" ใช้การเป่าลมหายใจเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น 
  • ชูจุดแข็งด้าน "Medical AI" ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและเข้าใจระบบโรงพยาบาลไทย เพื่อแข่งขันกับหุ่นยนต์บริการราคาถูกจากจีน
  • ใช้นวัตกรรมตรวจมะเร็งเป็นหัวหอกในการรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง เช่น คาซัคสถาน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย เพื่อสร้างชื่อเสียงให้นวัตกรรมไทยในระดับสากล

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

จากจุดเริ่มต้นของหุ่นยนต์ตัวเล็กข้างเตียงที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 15 ปีก่อน ในวันนี้ "หุ่นยนต์ดินสอ" นวัตกรรมสัญชาติไทยได้ผ่านจุดพลิกผันครั้งสำคัญ จนสามารถปักหมุดในวงการการแพทย์ได้อย่างมั่นคง

โดยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) ของโรงพยาบาล และล่าสุดเตรียมเปิดตัวในไทย Dinsaw AI Breath Analyzer นวัตกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมจากการเป่าลมหายใจ

หุ่นยนต์ข้างเตียงสู่ 'ผู้ช่วย OPD' 

ดร.เฉลิมพล ปุณโณทก Founder & CEO บริษัท CT Asia Robotics จำกัด กล่าวว่า ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 หุ่นยนต์ดินสอเริ่มต้นจากการเป็นหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนทดลองให้บริการในร้านอาหารและร้านกาแฟ

กระทั่งวิกฤติโควิด-19 ทำให้สังคมและโรงพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญของการใช้หุ่นยนต์ เพื่อลดการสัมผัสและลดโอกาสการเป็นพาหะแพร่เชื้อของบุคลากร

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

ทีมพัฒนาจึงหันมาพัฒนา Medical AI เพื่อให้หุ่นยนต์มีศักยภาพในการคัดกรองและประเมินอาการได้เหมือนพยาบาล

ปัจจุบันหุ่นยนต์ดินสอสามารถรับมือกับกระบวนการทำงานในแผนก OPD ได้ครอบคลุม 100% (ยกเว้นขั้นตอนการเข้าพบแพทย์) ตั้งแต่การซักประวัติอาการ ตรวจสอบสิทธิ์การรักษา (สปสช. หรือ ประกันสังคม) ออกใบคิว พิมพ์สลิป ไปจนถึงการแนะนำเส้นทางไปยังตึกต่าง ๆ

นวัตกรรมนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดคิวที่แออัดในโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งประชาชนมักเดินทางมารอรับบริการตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

การนำหุ่นยนต์มาทำหน้าที่แทนในงานเอกสารและงานซ้ำ ๆ ช่วยปูทางให้บุคลากรพยาบาลสามารถย้ายไปปฏิบัติงานบริบาลผู้ป่วยจริง อาทิ การทำแผล การทำคลอด หรือการฉีดยา

ส่งผลให้หุ่นยนต์กลุ่ม OPD กลายเป็นสินค้าหลักที่สร้างยอดขายหลายร้อยล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของธุรกิจทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุในตลาดญี่ปุ่นมีสัดส่วนราว 10-15%

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

จุดแข็งที่ทำให้ดินสอแตกต่างจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับโลกอย่าง Unitree ของจีน หรือ Optimus ของอีลอน มัสก์ คือการมุ่งพัฒนา “Medical AI” ให้มีศักยภาพในการคัดกรองอาการเบื้องต้นได้ในระดับใกล้เคียงพยาบาลหรือแพทย์

แทนที่จะเน้นความสามารถด้านกลไกอย่างการเดินสองขาหรือการจับสิ่งของอย่างแม่นยำ ซึ่งหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมของต่างชาติยังไม่มีการพัฒนาในทิศทางนี้

ตั้งรับหุ่นยนต์จีนด้วย Medical AI

สำหรับการแข่งขันกับหุ่นยนต์บริการราคาถูกจากประเทศจีน หุ่นยนต์ดินสอใช้จุดแข็งด้าน Medical AI และความเชี่ยวชาญในการเชื่อมต่อระบบโรงพยาบาล กฎระเบียบ สปสช. ตลอดจนเงื่อนไขการเบิกจ่ายสิทธิ์การรักษาของไทย

ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึก จึงเป็นปราการป้องกัน (Barrier to entry) ที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไปไม่สามารถทำได้

ด้านการขยายธุรกิจในต่างประเทศ นอกจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแล้ว ดินสอยังปรับโมเดลธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นสู่รูปแบบ Tech Licensing โดยส่งชิ้นส่วนไปให้เอกชนหรือบริษัทสตาร์ตอัปประกอบภายในประเทศญี่ปุ่น (Made in Japan) พร้อมดาวน์โหลดซอฟต์แวร์

"บริษัทยังเปิดกว้างระบบปฏิบัติการใหักลุ่มนักพัฒนาสามารถปลั๊กอิน หรือพัฒนาต่อยอดแอปพลิเคชันของหุ่นยนต์ดินสอ เพื่อใช้งานร่วมกับหุ่นยนต์ได้ในอนาคต"

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

ส่วนการมาของเทคโนโลยี AI จะช่วยหุ่นยนต์ดินสอให้บริการได้เร็วขึ้น และเนื่องจากหุ่นยนต์มุ่งเน้นภารกิจทางการแพทย์เป็นหลัก ระบบ LLM จึงถูกจำกัดกรอบให้ตอบคำถามและโต้ตอบลื่นไหลเฉพาะในเรื่องบริการของโรงพยาบาล ไม่ได้เน้นการพูดคุยเรื่องทั่วไปเหมือนหุ่นยนต์สร้างสีสันในงานอีเวนต์ จึงไม่ต้องการอัลกอริทึมที่ซับซ้อน

Dinsow AI Nose นวัตกรรมตรวจมะเร็งจากกลิ่นลมหายใจ

นอกจากการทำหน้าที่ในแผนก OPD แล้ว หุ่นยนต์ดินสอยังยกระดับเป้าหมายสู่การเป็น "หมอชนบท" ด้วยการพัฒนานวัตกรรมคัดกรองโรคระดับชีวโมเลกุล หรือเทคโนโลยี "ตรวจมะเร็งจากกลิ่นลมหายใจ" (Dinsaw AI Breath Analyzer) ที่ใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถทราบผลตรวจได้

เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้มาจากการเก็บข้อมูลค่ากลิ่นลมหายใจของผู้ป่วยมะเร็งอย่างต่อเนื่องนานกว่า 8 ปี ผ่านเครื่องคัดกรองที่ตั้งในโรงพยาบาลมะเร็งและส่งขึ้นระบบคลาวด์ จนได้ฐานข้อมูลหลักหลายพันเคส

โดยอาศัยหลักการทางชีววิทยาว่า เมื่อมีเซลล์มะเร็งในร่างกาย กระบวนการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) จะทำให้เม็ดเลือดแดงที่ผ่านเซลล์มะเร็งมีความผิดเพี้ยนไป

เมื่อเม็ดเลือดดังกล่าวแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด ลมหายใจออกจึงมีแพทเทิร์นของแก๊สเฉพาะที่แตกต่างจากคนปกติ

ปัจจุบันประเดิมความสำเร็จแรกที่ “มะเร็งเต้านม” ด้วยความแม่นยำสูงถึง 92% และเตรียมขยายผลสู่มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ รวมถึงการตรวจโรคไตจากกลิ่นปัสสาวะ

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

พร้อมกันนี้ได้ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายตัวเครื่องเป็นการคิดค่าบริการต่อครั้งการตรวจ (Pay-per-service) ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial) ขั้นสุดท้ายที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) เพื่อขออนุมัติจาก อย. ในฐานะอุปกรณ์การแพทย์

“หากเทคโนโลยีได้รับอนุญาตและสามารถนำไปใช้ตามมาตรฐานที่กำหนด จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการสนับสนุนการคัดกรองมะเร็งเต้านม และมีโอกาสช่วย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์เฉพาะทาง” 

ทลายข้อจำกัดทางวัฒนธรรม-มนุษยธรรม

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังดำเนินโครงการด้านมนุษยธรรมในต่างแดน โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2569 เพิ่งเซ็นสัญญา MOU กับ Center for Nuclear Medicine and Oncology ณ เมืองเซเมย์ (Semey) ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นอดีตพื้นที่ทดลองนิวเคลียร์ของโซเวียตที่ยังคงมีผู้ป่วยมะเร็งและเด็กพิการแต่กำเนิดจำนวนมาก

บริษัทได้ส่งมอบเครื่องตรวจมะเร็งจากลมหายใจ 2 เครื่อง พร้อมหน้าจอภาษารัสเซียไปให้บริการตรวจคัดกรองฟรี เพื่อสร้างชื่อเสียงและศักดิ์ศรีให้แก่นวัตกรรมไทยในระดับสากล

หุ่นยนต์ดินสอ ผงาดกลางศึกหุ่นยนต์จีน ส่ง ‘หุ่นยนต์เป่าลมตรวจมะเร็ง’ ปักหมุด Medical AI

ดร.เฉลิมพล กล่าวว่า การนำ Medical AI ของไทยไปสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการขยายตลาดเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายด้านข้อมูล การวิจัยและองค์ความรู้ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนา AI ทางการแพทย์ให้มีศักยภาพมากขึ้น

“การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ การเข้าถึง และประโยชน์ต่อประชาชน เป้าหมายของเราคือทำให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยสามารถสร้างประโยชน์ได้จริง และต่อยอดสู่เครือข่ายระดับนานาชาติ”

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ Dinsaw AI Breath Analyzer คือการเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านมได้สะดวกและทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะสตรีมุสลิม เนื่องจากการตรวจจากลมหายใจมีจุดเด่นด้านความสะดวกและไม่รุกล้ำร่างกาย จึงมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านศาสนา เครื่องมือ บุคลากร หรือการเดินทาง

Dinsaw AI Breath Analyzer จะเป็นหัวหอกนำบริษัทเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “ยุคใหม่ของดินสอ” ด้วยการรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังมากขึ้น หลังพบว่าสามารถแข่งขันได้ในเซกเมนต์เฉพาะทางแล้ว โดยตลาดหลักที่กำลังขยายผล ได้แก่ ญี่ปุ่น คาซัคสถาน อินโดนีเซีย รวมถึงอินเดียและปากีสถานที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา.