วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

GISTDA จับมือ กองทัพเรือ ชูเทคโนโลยีอวกาศ-ดาวเทียม คุมเข้มภัยพิบัติ-ปกป้องน่านน้ำไทย

GISTDA จับมือ กองทัพเรือ พลิกโฉมความมั่นคงทางทะเล ชูเทคโนโลยีอวกาศ-ดาวเทียม คุมเข้มภัยพิบัติ-ปกป้องน่านน้ำไทย

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA  ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กองทัพเรือ ฉบับที่ 2 ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างเป็นทางการ

เพื่อยกระดับการบูรณาการข้อมูลดาวเทียมและระบบภูมิสารสนเทศ สนับสนุนภารกิจความมั่นคงทางทะเล การจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับจากการทำงานร่วมกันในอดีต ไปสู่มิติการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระดับสูงที่กว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยเทคโนโลยีอวกาศและข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมจะมีบทบาทเป็น "ดวงตาจากอวกาศ" ที่ช่วยเสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพเรือ ทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์วิกฤติ

ในยุคที่ภัยคุกคามทางทะเลมีความซับซ้อน และความผันผวนทางสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดภัยพิบัติถี่และรุนแรงขึ้น ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ ถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์และการปฏิบัติภารกิจจริงในสนาม

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศทางทะเล และโครงสร้างพื้นฐานภูมิสารสนเทศทางทะเล (Maritime Spatial Data Infrastructure: MSDI) เพื่อใช้ในการติดตาม เฝ้าระวัง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทางทะเลแบบเรียลไทม์

ช่วยให้กองทัพเรือสามารถตรวจการณ์น่านน้ำไทยได้อย่างครอบคลุม ทั้งการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ทางทะเล การทำประมงผิดกฎหมาย ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศและภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงในพื้นที่ความไม่สงบ หรือพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่เข้าถึงได้ยาก

นอกจากด้านความมั่นคงแล้ว เทคโนโลยีอวกาศยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการภัยพิบัติสาธารณะและการช่วยเหลือประชาชน

โดยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ GISTDA และกองทัพเรือจะบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน เช่น ข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลชั้นความสูง (DEM) และภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อประเมินสถานการณ์ วางแผนเส้นทางช่วยเหลือ และส่งกำลังบำรุงเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน กองทัพเรือจะสนับสนุนยานพาหนะ เครื่องจักรกล และกำลังพลทางทหารเพื่อปฏิบัติตามแผนบูรณาการร่วมกัน

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล ขอบเขตความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการจัดสรรทรัพยากรด้านเทคโนโลยีอวกาศ การใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดินร่วมกัน

การพัฒนาองค์ความรู้ และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อสร้าง "กำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ" ให้กับประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและระบบดาวเทียมของไทยในอนาคต

การผนึกกำลังระหว่าง กองทัพเรือ และ GISTDA ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลและปกป้องผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง