วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. 

จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศ ภายใต้แนวคิด “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง” ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ลงนามความร่วมมือ “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง”

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากประเทศไทยมีความต้องการรถโดยสาร รถบรรทุกสินค้า และชิ้นส่วนระบบรางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี กำลังคน และผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมระบบราง 

ภายใต้แนวคิด “เทคลงราง” ที่สื่อถึงการนำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยไปใช้จริง “ล็อกเป้า” คือการเชื่อมเป้าหมายและพันธกิจที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงานให้มุ่งสู่ผลลัพธ์ร่วมกัน 

ส่วน “เป๋าตุง” คือการเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วน วัสดุ และกระบวนการผลิตภายในประเทศ (Local Content) เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทย

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

นโยบาย อว.- คมนาคม: สู่ผู้ผลิต-ส่งออกเทคโนโลยีระบบราง

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “วันนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงคมนาคม เพื่อทำให้ระบบรางไม่เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางและขนส่งสินค้า แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและฝีมือคนไทย 

เราจะสร้างทางลัดใน 3 เรื่องสำคัญ คือ 

  • มุ่งสู่อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟเป็นศูนย์ 
  • เปิดทางให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระบบราง 
  • เปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ซื้อไปสู่ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ส่งออก 

 อว. โดย บพข. ตั้งเป้าสนับสนุนทุนวิจัยมากกว่า 300 ล้านบาทใน 5 ปี เพื่อยกระดับผู้ประกอบการศักยภาพสูงและกลุ่มระบบรางให้ได้มากกว่า 150 ราย

พร้อมผลักดัน Local Content ให้ถึงร้อยละ 70 ในนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ลดการนำเข้า และวางรากฐานให้ไทยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีระบบรางสู่ตลาดโลก”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาระบบราง จากการลงทุนทั้งระบบขนส่งมวลชน รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง 

การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้คุ้มค่า จำเป็นต้องสร้างอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยวางรากฐานพร้อมกันทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการและการถ่ายทอดเทคโนโลยี การทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ภายในประเทศที่ได้มาตรฐานและเข้าถึงได้ และการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม 

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และทำให้อุตสาหกรรมระบบรางไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว”

โชว์นวัตกรรมระบบรางฝีมือคนไทย ยกระดับความปลอดภัยและความคุ้มค่า

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมและองค์ความรู้จาก บพข. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) รฟท. และ สทร. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ 

ตั้งแต่การยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการเดินรถ การซ่อมบำรุงและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ไปจนถึงการเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ 

นวัตกรรมเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงผลงานวิจัยหรือชิ้นงานต้นแบบ แต่เป็นกลไกสำคัญที่มีศักยภาพในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระด้านการซ่อมบำรุง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน และทำให้ประชาชนได้รับบริการระบบรางที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเชื่อถือได้มากขึ้น

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

ผลงานที่นำมาจัดแสดง อาทิ ระบบหลีกเลี่ยงการชนของรถไฟ หรือ TRCAS ซึ่งใช้เทคโนโลยีเรดาร์และระบบกล้องอัจฉริยะในการตรวจจับสิ่งกีดขวางล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยในการเดินรถ 

โครงโบกี้รถบรรทุกสินค้าแบบ Y25 และผลิตภัณฑ์ระบบรางที่ใช้ชิ้นส่วน วัสดุ และกระบวนการผลิตภายในประเทศ ตลอดจนเทคโนโลยีระบบอาณัติสัญญาณ มาตรฐานการวัด ระบบทดสอบ และองค์ความรู้ด้านการพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการระบบราง 

ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นเส้นทางของนวัตกรรมไทยตั้งแต่การวิจัย การทดสอบและรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการผลิตและนำไปใช้งานจริงในระบบรางของประเทศ

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

บพข.-รฟท.-สทร. ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้จริงเชิงพาณิชย์

รองศาสตราจารย์ ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) กล่าวว่า “ในอีก 10 ปีข้างหน้า รฟท. มีความต้องการตู้โดยสารและตู้บรรทุกประมาณ 2,500 คัน 

นี่คือโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ประกอบกับ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง 2568 ที่มีผลใช้บังคับแล้ว ทำให้เรากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนทั้งด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน 

สำหรับ บพข. โจทย์ของ รฟท. คือเข็มทิศในการให้ทุนของเรา ความร่วมมือครั้งนี้จึงนำจุดแข็งของทั้งสามหน่วยงานมาเชื่อมกัน

โดย บพข. สนับสนุนทุนวิจัยแบบมุ่งเป้า รฟท. นำโจทย์จากการใช้งานจริงมาร่วมกำหนดทิศทาง และ สทร. ช่วยเชื่อมเรื่องมาตรฐาน การทดสอบ และการพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อให้งานวิจัยผลิตได้จริง ใช้ได้จริง และมีตลาดรองรับ 

เราตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศตั้งแต่ร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 70 ตามประเภทของเทคโนโลยีและความพร้อมในการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเติบโต และคนไทยได้ใช้บริการรถไฟที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง”

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า “จุดสำคัญของความร่วมมือนี้ คือการทำให้ ‘โจทย์จากหน้างาน’ ได้พบกับ ‘องค์ความรู้จากงานวิจัย’ และทำให้ทั้งสองส่วนเดินไปด้วยกัน 

รฟท. พร้อมนำโจทย์จากการปฏิบัติงานจริง ทั้งด้านการเดินรถ การซ่อมบำรุง ระบบอาณัติสัญญาณ รถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการให้บริการ มาร่วมพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย พร้อมสนับสนุนการศึกษา ทดลอง และทดสอบเทคโนโลยีที่มีศักยภาพภายใต้หลักความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

 เพื่อแปลงความร่วมมือให้เป็นงานที่ใช้ได้จริง ระบบที่ดีขึ้น และผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ เป้าหมายสูงสุดคือระบบรางที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นระบบขนส่งที่ประชาชนไว้วางใจ”

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) กล่าวว่า “การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ต้องมีรากฐานที่เข้มแข็งทั้งระบบการทดสอบภายในประเทศและกำลังคนในภาคอุตสาหกรรม 

สทร. จึงมุ่งเชื่อมภารกิจด้านการวิจัยและพัฒนา มาตรฐาน การทดสอบ และการพัฒนาบุคลากร เข้ากับโจทย์การใช้งานจริงของ รฟท. และการสนับสนุนทุนวิจัยแบบมุ่งเป้า 

โดยให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการไทย การยกระดับทักษะกำลังคน และการพัฒนาระบบทดสอบผลิตภัณฑ์ระบบรางภายในประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม แข่งขันได้ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้หมุนเวียนอยู่ในประเทศ”

“อว.-คมนาคม”อัดทุนวิจัยกว่า 300 ล้านบาท ยกระดับรถไฟไทย - ระบบรางไทย

ที่มาภาพ facebook.com/yodchanan.w

สรุปเป้าหมายใหญ่: ยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทยอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อม “ทุนวิจัย-ผู้พัฒนาเทคโนโลยี-มาตรฐาน-ผู้ใช้งานจริง-ภาคอุตสาหกรรม” เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง สร้างกำลังคนทักษะสูง เพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ และเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทย 

โดยมีเป้าหมายปลายทางคือการยกระดับระบบรางให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นบริการที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ในทุกการเดินทาง.