วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม 2569

Login
Login

GISTDA นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จัดการอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง

GISTDA นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมขับเคลื่อนข้อสั่งการรองนายกรัฐมนตรี

9 สิงหาคม 2569 ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอโยธยา อาคาร 1 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อบูรณาการความร่วมมือ กำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการประชุมครั้งนี้ GISTDA ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ  โดยบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ระบบสำรวจภาคพื้นดิน อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และแบบจำลองเชิงพื้นที่

เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์ คาดการณ์ และประเมินสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ การบริหารจัดการระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการประเมินผลกระทบและการฟื้นฟูภายหลังเกิดภัยพิบัติ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ได้นำเสนอศักยภาพของ GISTDA ในการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จากดาวเทียมในการติดตามความชื้นในดิน การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยแบบ Near Real-time การประเมินสถานการณ์แหล่งน้ำ และการจัดทำข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์

เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนบริหารจัดการน้ำ เตรียมความพร้อม และรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์

นอกจากนี้ GISTDA ยังนำเสนอศักยภาพของแพลตฟอร์ม "เช็คแล้ง (Check Drought)" ซึ่งบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภาคพื้นดิน และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เพื่อประเมินดัชนีความเสี่ยงภัยแล้งในระดับรายแปลง และคาดการณ์แนวโน้มพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 6 เดือน ช่วยสนับสนุนการวางแผนจัดสรรน้ำ การวางแผนเพาะปลูก การบริหารจัดการพื้นที่เกษตร และการลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร

ขณะเดียวกัน GISTDA ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม "เช็คน้ำ (Check Water)" สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประเมินผลกระทบ และแจ้งเตือนสถานการณ์แบบ Near Real-time

เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัย การวางแผนบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ กล่าวว่า “GISTDA พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้”

GISTDA นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จัดการอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง

ในระหว่างการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการสำคัญ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยมอบหมายให้ GISTDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ ดังนี้

1. จัดทำข้อมูลและแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติระดับจังหวัด โดยมอบหมายให้ ศูนย์ภัยพิบัติ GISTDA ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อมูลและแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยในระดับรายจังหวัด พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่าง ๆ

ได้แก่ ภาคการเกษตร การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน สำหรับใช้ประกอบการแจ้งเตือน การวางแผน และกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

2. ยกระดับการสื่อสารความเสี่ยงสู่ประชาชน โดยมอบหมายให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเร่งสื่อสารและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ การแจ้งเตือน และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง

เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ประกอบการบริหารจัดการและการตัดสินใจในระดับจังหวัด

GISTDA นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จัดการอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง

3. บูรณาการข้อมูลและขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ร่วมกันขับเคลื่อน 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

โดยกำหนดกิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ พื้นที่เป้าหมาย และกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับ GISTDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงวิเคราะห์ สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ และพิจารณาดำเนินการฝนหลวงในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ

โดยให้ความสำคัญกับ การป้องกันและลดความเสี่ยงก่อนเกิดภัย ควบคู่กับการจัดเตรียม ระบบดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่มีขั้นตอนการปฏิบัติ (Checklist) ที่ชัดเจน เมื่อเกิดสถานการณ์

รวมทั้งการจัดทำ แผนการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา ตลอดจนส่งเสริม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกภาคส่วน ในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม และรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

GISTDA พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามข้อสั่งการดังกล่าว ผ่านการติดตามสถานการณ์จากข้อมูลดาวเทียม การจัดทำแผนที่และข้อมูลวิเคราะห์เชิงพื้นที่ การประเมินพื้นที่เสี่ยง การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

เพื่อสนับสนุนการวางแผน การบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัย และการช่วยเหลือประชาชนในทุกระดับ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้ง

ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์

ติดตามข้อมูลจาก GISTDA

เช็คแล้ง (Check Drought)

ติดตามพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ประเมินความเสี่ยงระดับรายแปลง และคาดการณ์แนวโน้มพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 6 เดือน

เช็คน้ำ (Check Water)

ติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประเมินผลกระทบ และแจ้งเตือนสถานการณ์แบบ Near Real-time เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานและประชาชน