ภารกิจนี้คือการพิสูจน์ว่า “อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยอีกต่อไป” เมื่อ CE-7 MATCH ได้ฤกษ์ออกเดินทางมุ่งสู่วงโคจรดวงจันทร์พร้อมยานฉางเอ๋อ 7 ในวันที่ 24 ส.ค.2569
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ วิศวกรไทยไม่ได้สร้างแค่อุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง แต่กำลังสร้างองค์ความรู้ที่จะต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยไปอีกหลายทศวรรษ
CE-7 MATCH ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์จากนานาชาติที่ร่วมเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์กับยานฉางเอ๋อ 7
เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจะมีบทบาทสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งสถานีวิจัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ รวมถึงการสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเวทีอวกาศระดับโลก
เปิดภารกิจ CE-7 MATCH
CE-7 MATCH ย่อมาจาก Chang’E-7 Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope คืออุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยชิ้นแรกที่ได้รับโอกาสเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ ออกแบบและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล
เพื่อร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานฉางเอ๋อ 7 (Chang’E-7) ภายใต้โครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS)
ภารกิจหลักของ CE-7 MATCH คือ ตรวจวัดรังสีคอสมิกหรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศในวงโคจรรอบดวงจันทร์ เช่น อนุภาคแอลฟา (60-400 MeV) อิเล็กตรอน (1.0-120 MeV) และโปรตอน (25-100 MeV)
เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมรังสีในอวกาศที่อยู่นอกการปกป้องของสนามแม่เหล็กโลก
อุปกรณ์สามารถเก็บข้อมูลลักษณะการกระจายตัวของอนุภาคพลังงานสูงได้อย่างละเอียด ทั้งในด้านปริมาณอนุภาค (Flux) ช่วงพลังงาน (Energy Spectrum) และทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาค
ข้อมูลที่ได้จาก CE-7 MATCH จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจแหล่งกำเนิด ลักษณะการกระจายตัว และผลกระทบของอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ โดยเฉพาะรังสีคอสมิกจากกาแล็กซี ที่มาจากห้วงอวกาศลึกนอกระบบสุริยะ และอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์
ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบสถานีวิจัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีป้องกันรังสี ตลอดจนการวางแผนภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต
นอกจากการศึกษาอนุภาคพลังงานสูงจากกาแล็กซีและดวงอาทิตย์แล้ว CE-7 MATCH ยังมีเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ คือ การศึกษาอิเล็กตรอนพลังงานสูงจากดาวพฤหัสบดี (Jovian Electrons)
โดยอาศัยความไวของอุปกรณ์ในการตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ เพื่อติดตามรูปแบบและคาบของการเดินทางของอนุภาคที่มีต้นกำเนิดจากสนามแม่เหล็กอันทรงพลังของดาวพฤหัสบดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอนุภาคพลังงานสูงและสภาพอวกาศในระบบสุริยะได้ดียิ่งขึ้น
จาก ‘ผู้ใช้’ สู่ ‘ผู้สร้างเทคโนโลยี’
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จของภารกิจ CE-7 MATCH เป็นผลจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรระดับนานาชาติ จนสามารถยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ
รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี” โดยใช้องค์ความรู้ของคนไทยเป็นฐานสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ การสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้า
และการผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศ ให้เป็นหนึ่งใน New Growth Engine ของประเทศ เพราะการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือการลงทุนเพื่ออนาคต และการสร้างเทคโนโลยีของตนเองคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
“ผมขอแสดงความยินดีกับ NARIT มหาวิทยาลัยมหิดล คณะนักวิจัย วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับนานาชาติ และร่วมสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย” ศ.ดร. ยศชนัน กล่าว
ปั้นคนเก่งผ่านโจทย์ยาก
ด้าน ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า CE-7 MATCH เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ชิ้นแรกที่ออกแบบ และพัฒนาโดยคนไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับนานาชาติ
ทีมงานใช้เวลาเพียง 2 ปี ในการออกแบบ พัฒนา ประกอบ และทดสอบ เพื่อให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในอวกาศ แสดงถึงศักยภาพของบุคลากรไทยด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และวิศวกรรมขั้นสูงที่ได้มาตรฐานระดับโลก
เราเชื่อว่า “โจทย์ที่ยากที่สุด คือโจทย์ที่สร้างคนเก่งที่สุด” สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดของภารกิจนี้ คือ “คนไทย” ที่เติบโตขึ้นระหว่างทางในการพัฒนา CE-7 MATCH เราได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ตั้งแต่การออกแบบ การสร้าง การทดสอบ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ
ประสบการณ์เหล่านี้ไม่สิ้นสุดลงเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น แต่จะกลายเป็นทุนความรู้ และกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และวิศวกรรมขั้นสูงของประเทศในอนาคต
“ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ผมอยากชวนคนไทยร่วมติดตามการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 และร่วมส่งกำลังใจให้ผลงานของคนไทยเดินทางสู่ดวงจันทร์ เพราะหากภารกิจครั้งนี้ทำให้เด็กไทยสักคนเชื่อว่า “คนไทยก็สร้างเทคโนโลยีระดับโลกได้” นั่นคือความสำเร็จที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับพวกเราทุกคน” ดร. วิภู กล่าว
NARIT ขอเชิญชวนประชาชน เยาวชน และสถานศึกษาทั่วประเทศ ร่วมติดตามการถ่ายทอดสดภารกิจปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ อาทิ
Facebook: NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ/ ศธ.360 องศา/ Thai PBS/ Thai PBS Sci & Tech
YouTube: NARIT_Thailand/ OBEC Channel
รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านช่องทางของ NARIT กระทรวงศึกษาธิการ และ Shopee ประเทศไทย ที่จะร่วมเผยแพร่เนื้อหาพิเศษตลอดช่วงภารกิจ



