ววน.1-2 เชื่อมคน เชื่อมงานวิจัย สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย ขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ
หากพูดถึงการพัฒนาประเทศในยุคที่การแข่งขัน ไม่ได้วัดกันเพียงทรัพยากร หรือเงินทุน แต่รวมถึง “องค์ความรู้” และ “นวัตกรรม” ด้วย
หนึ่งในโจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไร ให้งานวิจัยไม่วางอยู่บนหิ้ง หรือในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
นี่จึงเป็นที่มาของ “หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)
เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำจากทุกภาคส่วน ให้มีความเข้าใจบทบาทของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ และสามารถร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
ตลอด 2 รุ่นที่ผ่านมา หลักสูตรดังกล่าวได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ร่วมกัน และสร้างความร่วมมือข้ามหน่วยงาน ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “การยกระดับระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ”
สำหรับหลักสูตร ววน. รุ่นที่ 1 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานเครือข่ายผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สร้างความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาประเทศ และเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารจากหลากหลายวงการได้รู้จัก เชื่อมโยง และมีโอกาสในการทำงานร่วมกัน
ขณะที่หลักสูตร ววน. รุ่นที่ 2 ได้ต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยน “เครือข่าย” ให้กลายเป็น “พลังขับเคลื่อน” ที่จับต้องได้ ผ่านการสร้างผลลัพธ์จริง ทั้งในรูปแบบข้อเสนอเชิงนโยบายและความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
พิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรหลักสูตร ววน. รุ่นที่ 2 ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงสำเร็จการอบรมจำนวน 89 คน จึงไม่ได้เป็นเพียงการสิ้นสุดกระบวนการเรียนรู้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้และเครือข่ายที่เกิดขึ้นไปขยายผลสู่การพัฒนาประเทศ
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของรุ่นที่ 2 คือ การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendations) ที่สอดคล้องกับ (ร่าง) แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2571-2575 ครอบคลุม 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
1.Competitiveness ยกระดับผลิตภาพ และขีดความสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน"
2. Inclusiveness & Environment สร้างรากฐานที่มั่นคง กระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้า และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
3. Future Readiness & National Security เตรียมความพร้อมอนาคต และความมั่นคงของประเทศ
4. SRI Ecosystem Development รวมทั้ง Sciences & Technology และการพัฒนากำลังคน ววน.
สาระสำคัญของข้อเสนอเหล่านี้ คือการมองภาพการพัฒนาประเทศแบบ “บูรณาการทั้งระบบ” เชื่อมโยงตั้งแต่นโยบาย การสนับสนุนทุน การพัฒนางานวิจัย ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์จริงในภาคธุรกิจ ภาคสังคม และระดับพื้นที่
หลายข้อเสนอสะท้อนแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ อาทิ การผลักดันงานวิจัยแบบ Agenda-based Research ที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่งานวิจัยต้นน้ำจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การใช้กลไก Regulatory Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม การจัดตั้ง Matching Fund และ Joint Investment เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนด้านวิจัย รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงนักวิจัย ภาคเอกชน และแหล่งทุนเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สำคัญไม่แพ้ข้อเสนอเชิงนโยบาย คือการเกิดขึ้นของเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน หรือ Cross-sector Collaboration ซึ่งเกิดขึ้นจริงไม่น้อยกว่า 12 ความร่วมมือ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ความร่วมมือด้านนวัตกรรมการแพทย์ ที่เชื่อมผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และโรงพยาบาล เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงในระบบสุขภาพ
เครือข่ายการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่บูรณาการความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
รวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงแห่งอนาคตทั้งทางด้านสุขภาพ และความมั่นคงทางการป้องกันประเทศ ที่ผสานหน่วยงานด้านวิจัย หน่วยงานความมั่นคง และภาคเอกชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายระบบนิเวศนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงงานวิจัย ทุน ห้องปฏิบัติการ และ SME ผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็น “เครือข่ายผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ที่เชื่อมคน เชื่อมองค์กร และเชื่อมองค์ความรู้ให้เกิดการทำงานร่วมกันบนโจทย์สำคัญของประเทศ
เมื่อเครือข่ายจากรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 เริ่มขยายตัวและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ความหวังในการเห็นงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางก็เริ่มชัดเจนขึ้นตามลำดับ
และด้วยการเตรียมเปิดหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ววน. รุ่นที่ 3 ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จะยิ่งเป็นการขยายวงของผู้นำและเครือข่ายความร่วมมือให้กว้างขึ้นอีกขั้น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
เพราะในท้ายที่สุด การพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดคนที่พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับการปฏิบัติจริง และนั่นคือบทบาทสำคัญที่เครือข่ายผู้บริหาร ววน. กำลังร่วมกันทำให้เห็นเป็นรูปธรรม


