วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

RUN จับมือ ออสเตรเลีย เปิดตัวโครงการยกระดับดีฟเทคสตาร์ตอัปอาหารไทย - เกษตร

RUN ร่วมกับเมืองนวัตกรรมอาหาร  สวทช. และสำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติของออสเตรเลีย (CSIRO) เปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนธุรกิจร่วมทุนไทย-ออสเตรเลีย หรือ VEP  มุ่งสร้างความยั่งยืนทางอาหาร  หวังยกระดับศักยภาพสตาร์ทอัพด้านเกษตรและอาหารไทย  ในการขยายตลาด และสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับสากล

 รองศาสตราจารย์ ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office)  กล่าวว่า เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ( Research University Network Thailand, RUN ) และเมืองนวัตกรรมอาหาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)   ร่วมกับสำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติของออสเตรเลีย (CSIRO) 

เปิดตัว “โครงการแลกเปลี่ยนธุรกิจร่วมทุนไทย-ออสเตรเลีย” (Thailand-Australia Venture Exchange Program  หรือ  VEP )  ในหัวข้อ “งานนวัตกรรมอาหารเพื่อความยั่งยืนระหว่างไทยและออสเตรเลีย” ( Thailand-Australia Innovations in Food for Sustainability  หรือ IF4S ) 

ที่มุ่งเน้นการสนับสนุน Food Tech Startups ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และระบบอาหารเกษตรที่ยั่งยืน (Sustainable Agrifood Systems) เพื่อยกระดับศักยภาพ การขยายตลาด และสร้างเครือข่ายพันธมิตรในระดับสากล 

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระดับรัฐบาลระหว่างไทยและออสเตรเลีย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจผ่านกลไกการวิจัยและนวัตกรรม  

ที่ดำเนินการโดยสำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาติของออสเตรเลีย หรือ  CSIRO   ผ่านสองแนวทางหลัก คือ การสร้าง Consortium ด้านการวิจัย ร่วมกันระหว่างนักวิจัยไทยและออสเตรเลียแบบ Matching Fund และการสร้าง Deep Tech Startup ผ่านโครงการแลกเปลี่ยน 

ทั้งนี้ โครงการ Venture Exchange Program หรือ VEP  จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนสตาร์ทอัพด้านเกษตรและอาหาร  ซึ่งเป็น Acceleration Platform ที่เน้นการบ่มเพาะและเร่งการเติบโต

โดยมี เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis  สวทช. เข้ามาช่วยออกแบบกระบวนการร่วมกับ CSIRO  และคัดเลือกสตาร์ตอัปจากออสเตรเลียและไทยในเครือข่าย RUN   ซึ่งตั้งเป้าให้มีตัวแทนอย่างน้อย 1 รายต่อ 1 มหาวิทยาลัยในเครือข่าย

เกณฑ์การคัดเลือกของโครงการนี้ไม่เน้นขั้นแนวคิด (Ideation) แต่เน้นความพร้อมสู่ตลาด  โดยมีระดับความพร้อมเทคโนโลยี (TRL)  ต้องอยู่ที่ระดับ 4-5 ขึ้นไป 

สินค้าและเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจ  เช่น  High Value Protein  เทคโนโลยีการดัดแปลงโปรตีนให้มีคุณสมบัติตามต้องการ เช่น โปรตีนใสที่ละลายน้ำได้ง่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร  โดยเฉพาะกลุ่มที่ช่วยลดความเครียด (Anxiety) และช่วยเรื่องการนอนหลับ ซึ่งเป็นที่ต้องการมากในตลาดออสเตรเลีย  

และเทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพ  เช่น การใช้ AI  กระบวนการหมัก (Fermentation)  เทคโนโลยีการแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความต่างและเพิ่มมูลค่าสินค้า

“ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเผชิญวิกฤต เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), การหยุดชะงักทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) และสังคมสูงวัย เชื่อว่า "การแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระดับโลก" คือคำตอบในการหาทางออกและแก้ไขปัญหาร่วมกัน  

ออสเตรเลียถือเป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูง หากสินค้าไทยสามารถเจาะตลาดนี้ได้ จะได้รับการยอมรับ ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย 

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นใบเบิกทางสู่สากล ที่จะช่วยผลักดันให้ Deep-tech Startups และบริษัท Spin-offs เติบโตขึ้น ซึ่งหวังว่าจะมีการขยายความร่วมมือนี้ไปยังสาขาอื่นๆ นอกเหนือจากด้านอาหารในอนาคต

 RUN ถือว่าโครงการ VEP เป็นภารกิจสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลและความรู้ในการสร้างโซลูชันที่แข็งแกร่งสำหรับโลกอนาคต”  รองศาสตราจารย์ ดร.ชาลีดา กล่าว

  Mr. Andrew Egan  อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า   ความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อความยั่งยืน (IF4S) เป็นการแสดงถึงความพยายามที่เป็นรูปธรรมในการขยายความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างออสเตรเลียและไทยไปสู่ ระบบอาหารเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep-tech food systems) 

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายระดับชาติร่วมกันในด้าน สุขภาพ  การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางอาหาร

อีกทั้งเป็นตัวอย่างของ "วิทยาศาสตร์และการทูตในทางปฏิบัติ"  ที่เชื่อมโยงความหลากหลายทางชีวภาพทางการเกษตร ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของโลก" เข้ากับระบบนิเวศทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกของออสเตรเลีย

ผ่านข้อตกลงในหนังสือเจตจำนง (LOI) 2 ฉบับ คือ Venture Exchange Program (VEP) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางการค้า เชื่อมโยงสตาร์ตอัปและ SMEs ด้านเกษตรและอาหารของทั้งสองประเทศเข้ากับโอกาสทางการตลาดและการวิจัย และ Bilateral Research Grants Program 

ทุนวิจัยร่วมระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)  และ CSIRO เพื่อกำหนดอนาคตของโภชนาการและนวัตกรรมอาหารที่ยั่งยืน

ด้าน Ms. Amelia Fyfield  ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ CSIRO   กล่าวว่า  ที่ผ่านมา  CSIRO มีความร่วมมือกับประเทศไทยในหลายด้านสำคัญ  เช่น  พลังงาน  วัสดุหมุนเวียน   คุณภาพน้ำ และการสังเกตการณ์โลก

อย่างไรก็ตาม ด้านเกษตรและอาหารยังเป็นช่องว่างที่สำคัญ ทั้งที่ทั้งสองประเทศต่างเป็นผู้นำในการผลิตอาหารในภูมิภาค  โครงการ   VEP  ซึ่งเป็นโครงการที่มีผลกระทบสูง (High-impact) จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงสตาร์ตอัปและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ด้านเกษตรและอาหารจากทั้งสองประเทศเข้ากับงานวิจัย อุตสาหกรรม และโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ

โดยมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายร่วมกัน เช่น การผลิตอาหารที่ยั่งยืน การปรับปรุงโภชนาการและสุขภาพ และการสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ซึ่งความหลากหลายทั้งในด้านเพศ วัฒนธรรม และประสบการณ์  จะช่วยให้นวัตกรรมมีความคิดสร้างสรรค์และสร้างผลกระทบได้ดียิ่งขึ้น

“VEP ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ "คน" ทั้งผู้ประกอบการและนักวิจัยที่จะมาแบ่งปันความทะเยอทะยานร่วมกัน

ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง สวทช.  และเครือข่าย RUN จะช่วยสร้างแพลตฟอร์มทวิภาคีที่แข็งแกร่งกว่าการทำงานแยกส่วนกัน 

ความร่วมมือในวันนี้  เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์และการลงทุนเพื่อ อนาคตของนวัตกรรมและความมั่งคั่งร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างออสเตรเลียและไทย”