วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“เห็ดเผาะไม่ต้องพึ่งไฟป่า” ต่อยอดสู่ ‘แนวกันไฟเห็ดเผาะ’ วิทยาศาสตร์แก้ปมหมอกควันยั่งยืน

“เห็ดเผาะไม่ต้องพึ่งไฟป่า” ต่อยอดสู่ ‘แนวกันไฟเห็ดเผาะ’ วิทยาศาสตร์แก้ปมหมอกควันยั่งยืน

ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ยังคงเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปี โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากความเชื่อที่ว่า “การเผาป่าจะช่วยให้เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบออกดอกจำนวนมาก” สามารถเก็บไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ 

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางวิชาการกลับพบว่า เห็ดเผาะไม่ได้ต้องการไฟป่าโดยตรงในการเจริญเติบโต เห็ดเผาะจัดเป็นเห็ดในกลุ่มไมคอร์ไรซา ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับรากพืช โดยเห็ดจะได้รับน้ำตาลจากพืช ขณะที่พืชได้รับน้ำและแร่ธาตุจากเส้นใยของเห็ด 

พืชอาศัยสำคัญของเห็ดเผาะในประเทศไทย ได้แก่ ไม้วงศ์ยาง เช่น เต็ง รัง พลวง เหียง ยางนา และตะเคียนทอง ซึ่งพบมากในป่าเต็งรัง โดยเห็ดชนิดนี้ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีแสงแดดส่องถึงและมีความชื้นพอเหมาะ

สาเหตุที่มักพบเห็ดเผาะจำนวนมากหลังไฟป่า ไม่ได้เกิดจากไฟเป็นปัจจัยจำเป็น แต่เป็นเพราะไฟช่วยเปิดพื้นที่ ทำให้แสงส่องถึงพื้นป่า และลดเศษใบไม้ปกคลุม ส่งผลให้มองเห็นเห็ดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งสภาพพื้นที่โล่งหลังไฟไหม้ยังเอื้อต่อการเกิดดอกเห็ดในบางช่วงเวลา

จากองค์ความรู้ดังกล่าว ได้นำไปสู่การพัฒนาแนวทางจัดการป่าแบบใหม่ ผ่านโครงการ “การใช้เห็ดป่าไมคอร์ไรซาเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างยั่งยืน” ซึ่งต่อยอดสู่แนวคิด “แนวกันไฟเห็ดเผาะ”

โดยใช้พื้นที่แนวกันไฟเป็นพื้นที่ทดลองเติมหัวเชื้อสปอร์และเส้นใยเห็ดเผาะ เพื่อเพิ่มผลผลิตเห็ดในป่าชุมชน ควบคู่กับการป้องกันไฟป่า

โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านตอง ตำบลครึ่ง และป่าชุมชนบ้านแก่นเจริญ ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 

ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการสนับสนุนงานวิจัยที่นำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริงในพื้นที่

ภายใต้แผนงานประเด็นมุ่งเป้าตามยุทธศาสตร์ ววน. “แผนงานประเทศไทยปลอดดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือ)” และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในการทดลองและขยายผลในระดับพื้นที่

โดยมี ผศ.ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ ช่วยขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจาก “ความเชื่อ” สู่ “ความรู้” บนฐานวิทยาศาสตร์ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

“แนวกันไฟเห็ดเผาะ” จึงนับเป็นอีกหนึ่งความหวังของการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนหันมาดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน.