RUN ชู “นวัตกรรมตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” ผลงานการบูรณาการความร่วมมือในเครือข่ายวิจัยจากมหิดลและจุฬา ฯ ต่อยอดเทคโนโลยี AI-Nose ไปสู่การใช้งานจริง ผ่าน MUI ดีปเทคสตาร์ทอัป และโรงพยาบาลจุฬาฯ ช่วยยกระดับการเข้าถึงการคัดกรองโรคในพื้นที่ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากร
ศาสตราจารย์ นายแพทย์รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ที่ขับเคลื่อนคลัสเตอร์วิจัยด้านดิจิทัลและหุ่นยนต์
เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เป็นหลักในการดำเนินงานด้านสุขภาพของเครือข่าย RUN มาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีงานวิจัยที่น่าสนใจหลากหลายโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย RUN อย่างเช่น
“นวัตกรรมการตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” ที่เป็นตัวอย่างการบูรณาการความร่วมมือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนางานวิจัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพและความเที่ยงตรงในการวินิจฉัยโรค
“RUN มีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยจะทำให้ได้ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ รวมถึงมหาวิทยาลัยในเครือข่าย RUN ตามภูมิภาค จะเป็นตัวแทนสำคัญที่มองเห็นภาพของแต่ละภูมิภาค และสร้างโจทย์วิจัยแก้ปัญหาประเทศได้ตรงจุด”
ดร.ธนิกานต์ สุขอร่าม นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า
การตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหารในปัจจุบันยังมีความไวจำกัด และมะเร็งบางชนิดยังไม่มีวิธีการคัดกรองที่ถือเป็นมาตรฐาน หน่วยโรคทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
จึงได้ทำการศึกษาเพื่อหาวิธีใหม่ในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว ด้วยการตรวจหาสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากลมหายใจมาเป็นเวลามากกว่า 5 ปี
โดยเริ่มจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทั่วโลก จากผลการตรวจพบว่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากลมหายใจสามารถแยกผู้ป่วยมะเร็งตับและคนปกติได้และมีประสิทธิภาพ
การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยลมหายใจของโรงพยาบาลจุฬาฯ ถือเป็นที่แรกและที่เดียวที่มีการเปิดให้บริการการตรวจนี้ เป็นวิธีคัดกรองมะเร็งที่มีความปลอดภัยและปลอดจากรังสี (Non-invasive) และเป็นวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
ทั้งนี้การพัฒนาวิธีการคัดกรองมะเร็งด้วยลมหายใจ ทีมวิจัยจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการทำวิจัยร่วม(Research Collaboration) กับบริษัท เอ็มยูไอ โรบอติกส์ จำกัด ดีปเทคสตาร์ทอัปที่ก่อตั้งโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล
ภาพ เทคโนโลยี AI-Nose
โดยพัฒนาเป็น “นวัตกรรมการตรวจมะเร็งด้วยลมหายใจ” ที่ไวในการตรวจคัดกรองมะเร็งตับถึง 85 % มะเร็งตับอ่อน 97 % และมะเร็งท่อน้ำดี 82%
ประสิทธิภาพของนวัตกรรมนี้ ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการตรวจคัดกรองมะเร็งที่มีมาตรฐาน ช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ทำให้การรักษาได้ผลดี และลดอัตราการเสียชีวิตได้
ดร.วันดี วัฒนกฤษฎิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอ็มยูไอ โรบอติกส์ จำกัด หรือ MUI Robotics เปิดเผยว่า ความท้าทายที่สำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท คือ การเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาที่ยังจำกัด
เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือราคาแพง บุคลากรเฉพาะทาง และโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน
ภาพ ทีมนักวิจัย
MUI Robotics จึงนำเทคโนโลยี AI-Nose มาต่อยอดเพื่อนำไปสู่การใช้งานจริง โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พัฒนา “ Breath-based Screening Technology” ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างลมหายใจจากผู้ป่วยจริง วิเคราะห์สารระเหย (VOCs) ที่สัมพันธ์กับโรค และพัฒนา AI Model สำหรับการคัดกรอง
“งานวิจัยนี้ มุ่งทำให้การตรวจคัดกรอง “เข้าถึงได้” มากขึ้น ลดต้นทุนการตรวจในระบบสาธารณสุข รองรับการใช้งานในพื้นที่ชนบท หรือโรงพยาบาลชุมชน รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิด Early Detection หรือ ตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะแรกในระดับประชากร
ทั้งนี้ เราไม่ได้แค่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อวัดกลิ่น แต่กำลังสร้างระบบที่ทำให้ “‘การเข้าถึงการตรวจโรค” เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท”
ดร.วันดี กล่าวว่า นวัตกรรมดังกล่าวมีระบบการทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1.Sensor Array ตรวจจับสาร VOCs ในลมหายใจ
2. Signal Processing แปลงสัญญาณเป็นข้อมูลดิจิทัล
3.AI Model วิเคราะห์รูปแบบกลิ่น (Smell Fingerprint) เพื่อจำแนกความเสี่ยงของโรค
จุดเด่นของนวัตกรรม คือ ไม่ต้องเจาะเลือด ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ต้นทุนต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม รองรับการตรวจคัดกรองจำนวนมาก ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ลดการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศ และมีศักยภาพต่อยอดสู่ระบบ AI Healthcare ระดับประเทศ
กลุ่มเป้าหมายสำหรับการใช้งาน คือ โรงพยาบาล ศูนย์ตรวจสุขภาพ หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงโครงการคัดกรองระดับประเทศ
อนาคต MUI Robotics ตั้งเป้าพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยนี้ไปสู่การเป็น AI-based Medical Screening Platform และขยายไปสู่การคัดกรองโรคอื่น ๆ ที่มีการใช้งานในระดับประเทศ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ AI Healthcare และ Smart Hospital ได้


