วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2569

Login
Login

GISTDA จับมือ มฟล. ถอดบทเรียน JAXA ปูทาง อาหารอวกาศสัญชาติไทย

GISTDA จับมือ มฟล. ถอดบทเรียน JAXA ปูทาง อาหารอวกาศสัญชาติไทย

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้ก้าวไกลสู่นอกโลก

ในช่วงวันที่ 6-9 เมษายน 2569 คณะนักวิจัยของไทยได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA รวมถึงภาคเอกชนชั้นนำ

เพื่อวางรากฐานในการพัฒนาผู้ประกอบการและผลักดันมาตรฐาน "อาหารอวกาศของไทย" ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ คณะทำงานของไทยได้เจาะลึกกระบวนการสำคัญรอบด้านที่เปลี่ยนอาหารธรรมดาให้กลายเป็นเสบียงสำหรับนักบินอวกาศ

ตั้งแต่การศึกษาวัสดุบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) การรักษาสารอาหารและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ไปจนถึงการทำความเข้าใจนโยบาย กฎระเบียบ และขั้นตอนการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานอาหารอวกาศ

 

นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ระบบโลจิสติกส์และข้อกำหนดที่เข้มงวดในการขนส่งเสบียงจากพื้นโลกขึ้นสู่วงโคจร

เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้งานจริง คณะนักวิจัยยังได้รับโอกาสพิเศษในการพูดคุยกับ ดร.โนริชิเงะ คะไน นักบินอวกาศจาก JAXA ซึ่งเคยปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาตินานกว่า 6 เดือน

GISTDA จับมือ มฟล. ถอดบทเรียน JAXA ปูทาง อาหารอวกาศสัญชาติไทย

ข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ตรงนี้ช่วยให้ทีมวิจัยชาวไทยเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิต รวมถึงการรับรู้รสชาติอาหารเมื่อร่างกายมนุษย์ต้องอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Microgravity) 

พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนจากไทยยังได้ร่วมประชุมหารือกับบริษัทเอกชนด้านอวกาศระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น บริษัทแอกเซียมสเปซ (Axiom Space) สเปซฟู้ดสเฟียร์ (Space Foodsphere) และกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรด้านอาหารของญี่ปุ่น

เพื่อสร้างความร่วมมือในการผลักดันโครงการอาหารอวกาศของไทย โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดอวกาศระดับภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ

องค์ความรู้และเครือข่ายที่ได้จากการลงพื้นที่จริงจะถูกนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมาตรฐานอาหารอวกาศของไทย (Thai Space Food) ให้ทัดเทียมระดับสากล

ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยในอนาคตอีกด้วย.