วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ

เปิดตัวโครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค “นิลมังกร รุ่นที่ 4”
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการนวัตกรรมในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และลดอัตราการไหลออกของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในพื้นที่

ทั้งนี้ กว่า 6 ปีที่ผ่านมา “นิลมังกร รุ่นที่ 1-3” สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้ง 60 แบรนด์นวัตกรรมไทยเฉลี่ยแล้วกว่า 3.4 เท่าหรือกว่า 760
ล้านบาท ภายใน 1 ปีที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงต่อยอดการสร้างแบรนด์ให้กับผู้ประกอบการจากการคว้ารางวัลในเวทีต่างๆ

และบางส่วนได้รับต่อยอดการลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนแล้ว โดยแชมป์ปีล่าสุดคือ เจ้าของธุรกิจ PetGeneX: ธนาคาร Stem cells สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งสามารถเติบโตมากกว่า 7 เท่า 

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า ยุคแห่งความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ของโลก

ซึ่งไม่ได้ส่งผลเฉพาะในเชิงภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคธุรกิจในระดับลึก โดยเฉพาะมิติ “พลังงาน”ที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผลกระทบจากความไม่มั่นคงในภูมิภาคยังส่งผลต่อ “การเคลื่อนย้ายแรงงาน” โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในหลายอุตสาหกรรมของไทย

ไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต ก่อสร้าง หรือเกษตรกรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงาน ควบคู่ไปกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความท้าทายชั่วคราว แต่คือ ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ

ทั้งนี้ NIA มองว่าหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางวิกฤต คือธุรกิจต้องมีการปรับตัว โดยเน้น 3 แนวทาง ได้แก่

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

1. สร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจด้วยนวัตกรรม: ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็น “ธุรกิจฐานนวัตกรรม” ซึ่งจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างจริงจัง

เพื่อบริหารต้นทุนและคาดการณ์ความเสี่ยง รวมถึงการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้พึ่งพาแรงงานน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถ “ล้มยาก และ ลุกไว” มากขึ้น 

2. การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว: วิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นแรงกดดันเชิงนโยบายและการค้าในระดับโลก ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการ “ออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่” ที่ลดการพึ่งพาทรัพยากรและลดความเสี่ยงจากต้นทุนผันผวน

ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ ESG หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน แต่ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการพึ่งพาแรงงานในบางกระบวนการ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน 

3. สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนธุรกิจ: ในโลกที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น วิกฤตด้านพลังงาน แรงงาน และซัพพลายเชน สามารถส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งระบบได้อย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถอยู่ลำพังได้

NIA จึงมุ่งเน้นการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมภูมิภาค” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโซลูชันใหม่ๆ

เช่น การพัฒนาแรงงานทักษะสูง (Upskill/Reskill) การเข้าถึงเทคโนโลยีทดแทนแรงงาน และความร่วมมือด้านนวัตกรรม ที่สามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

วิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งพลังงาน แรงงาน และเทคโนโลยี กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” ที่สำคัญที่สุดของการสร้างนวัตกรรม NIA พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมและเป็นพี่เลี้ยงที่เคียงข้างผู้ประกอบการไทย เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งกว่าเดิม

นิลมังกร ถือเป็นเครื่องมือในการยกระดับธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ที่มีการนำอัตลักษณ์ วัตถุดิบในท้องถิ่น หรือความได้เปรียบในพื้นที่มาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการใน 4 ด้านได้แก่

1. การใช้นวัตกรรมเพิ่มจุดเด่น-สร้างจุดขาย

2. การวางแผนรูปแบบธุรกิจ

3. การพัฒนาเทคนิคการตลาดแบบใหม่ 

4. การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับ

เป้าหมายของโครงการคือให้เกิดรายได้จากสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 เท่า

“นิลมังกร” จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การประกวด แต่เป็นแพลตฟอร์มสนามฝึกซ้อมเพื่อความอยู่รอดในโลกจริงให้กับผู้ประกอบการไทย ที่จะเป็นตัวอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจ หรือใช้กลยุทธ์ในการสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ได้อีกด้วย

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

โดยมีจุดเด่น 3 เรื่อง คือ

1. เน้นเรื่องการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) มากกว่าแค่เรื่องเงินรางวัล เพื่อให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. ใช้เครื่องมือในการ "เจียระไน" ธุรกิจ เพื่อรีดศักยภาพการเติบโตของธุรกิจออกมาในรูปแบบการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ 

3. การสร้างยอดขายที่เกิดขึ้นได้จริง

ทุกธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกจะสร้างยอดขายที่สามารถเติบโตได้อย่างแน่นอน 

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

ผศ.ดร. เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าจุดแข็งสำคัญของโครงการฯ คือการที่ไม่ได้มองผู้ประกอบการในมิติเดียวกัน
ทั้งประเทศ แต่เปิดโอกาสให้แต่ละภูมิภาคได้นำศักยภาพและอัตลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่มาพัฒนาเป็นจุดเด่นของธุรกิจ

ทางอุทยานวิทยาศาสตร์ในแต่ละภูมิภาคมีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการอยู่แล้ว ทั้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานในพื้นที่

อย่าง หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาพันธ์เอสเอ็มอี และกลุ่มสมาคมนักธุรกิจทั่วภูมิภาค ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ช่วยให้สามารถมองเห็น ค้นหา และต่อยอดผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงได้อย่างตรงจุด

โดยแนวทางการนำจุดแข็งเหล่านั้นมาต่อยอดให้ชัดเจน สร้างมูลค่าค่าเพิ่ม และสร้างความน่าสนใจให้กับสิ่งนั้นๆ เช่น

ภาคเหนือ มีความแข็งแกร่งด้านเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง สมุนไพร และอัตลักษณ์ล้านนา สามารถดึงมาต่อยอดธุรกิจในกลุ่มของ Creative Economy, AgriTech และ Health & Wellness

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง เชื่อมกับ Bioeconomy และขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน

ภาคใต้ มีทรัพยากรชีวภาพอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ำมัน การท่องเที่ยวทางทะเล และตลาดฮาลาล สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจด้าน Marine Biotechnology และ Sustainability

ภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เน้นธุรกิจที่สามารถขยายตัวได้เร็ว และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมหลัก เช่น Digital Platform และ Industry Tech

โดยปีนี้จะมี Inno-Biz Champion Hub ที่จัดขึ้นเพื่อทำงานแบบเชิงรุกมากขึ้น เช่น การเตรียมพร้อมก่อนเข้าแข่งขัน การช่วยขัดเกลาจุดแข็งของผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่ ทั้งท่าทาง น้ำเสียง และวิธีการสื่อสาร

โดยทีมพี่เลี้ยงจากอุทยานฯ และ NIA ส่วนภูมิภาค และการสนับสนุนต่อเนื่องหลังจบโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็น "นิลมังกร" จะไม่ใช่แค่ผู้ชนะบนเวที แต่จะเป็นผู้ประกอบการที่เติบโตได้จริงในตลาดต่อไป

อ.สพ. ชัยยศ ธารรัตนะ สัตวแพทย์ที่ปรึกษาด้านการฟื้นฟูสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX เจ้าของแชมป์ “นิลมังกร เดอะ เรียลลิตี้” รุ่นที่ 3 กล่าวว่า PetGeneX เป็นการให้บริการธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Stem Cell Biobanking) ที่ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บเซลล์

แต่เป็นการสร้าง “โอกาสการรักษาในอนาคต” ให้กับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่เขายังสุขภาพดี เพราะเชื่อว่าในอนาคตการแพทย์จะไม่ได้เริ่มต้นตอนที่สัตว์ป่วย แต่จะเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ซึ่งปัจจุบันเจ้าของสัตว์ส่วนใหญ่ยังไม่มีเครื่องมือหรือทางเลือกในการเตรียมสิ่งนี้ไว้ตั้งแต่ต้น

เอ็นไอเอ เดินหน้าปั้นแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน “นิลมังกร รุ่น 4”

หลังจาก PetGeneX ได้เข้าร่วมโครงการสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะโครงการนิลมังกรไม่ได้แค่ช่วยให้ตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้น แต่เปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจทั้งระบบ ประเด็นแรก เปลี่ยนจากการมองว่า “เรามีสินค้าที่ดี”มาเป็น “เราจะทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงสิ่งนี้ได้อย่างไร”

จากเดิมที่โฟกัสที่ตัวผลิตภัณฑ์ เราขยายมุมมองไปสู่ทั้ง customer journey ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ การตัดสินใจ ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานจริง

ประเด็นที่สอง การคิดในเชิงระบบมากขึ้น ทั้งการวางโครงสร้างธุรกิจ การสร้างพาร์ทเนอร์ และการออกแบบโมเดลที่ทำให้บริการของเราสามารถเติบโตได้ในวงกว้าง และประเด็นที่สำคัญ เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้พัฒนาเทคโนโลยี” มาเป็น “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาด”


จากเดิมที่รอให้ตลาดเข้าใจเรา วันนี้ปรับบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนให้ตลาดยอมรับนวัตกรรมของเรา

สุดท้ายนี้ อยากจะฝากบอกว่าหากคุณมีนวัตกรรมที่ดี ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดี นิลมังกรจะทำให้กลายเป็นธุรกิจที่คนทั้งประเทศเข้าใจ เข้าถึง ใช้ได้จริง และประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด”

สำหรับผู้ประกอบการไทยจากทั่วทุกภูมิภาคที่สนใจเข้าร่วมโครงการการแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ “นิลมังกร แคมเปญ” รุ่นที่ 4 สามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ https://thailandinnobiz.nia.or.th/

มาร่วมกันพิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก และวิกฤตจะเป็นเพียงแค่บันไดให้เราก้าวสู่ความสำเร็จที่สูงกว่าเดิม