วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2569

Login
Login

Foodtech ยกระดับครัวไทย ผู้ผลิต ‘นวัตกรรมอาหารแห่งโลก’

Foodtech ยกระดับครัวไทย   ผู้ผลิต ‘นวัตกรรมอาหารแห่งโลก’

Thai Kitchen มุ่งผลักดันอุตสาหกรรม Foodtech ไทยสู่เวทีโลก ผ่านกลไกการบ่มเพาะและสนับสนุนของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่พร้อมอัดฉีดทุนพัฒนาสูงสุด 5 ล้านบาท

แนวโน้มของตลาดอาหารและเครื่องดื่มโลกในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 7,400 พันล้านดอลลาร์หรือกว่า 222 ล้านล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 6.2% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญของโลกที่มีศักยภาพสูง

ไทยพร้อมก้าวพ้น “ครัวของโลก” 

ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวโลก” มาอย่างยาวนาน แต่ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤติพลังงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ

ห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารตั้งแต่ระดับเกษตรกรจนถึงผู้บริโภคล้วนได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่มีศักยภาพสูงสำหรับประเทศไทย ครอบคลุมทั้งอาหารแห่งอนาคต อาหารเสริมสุขภาพ (Functional Food) และการแปรรูปอาหารในรูปแบบต่าง ๆ

สิ่งที่จะช่วยพลิกโฉมและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับไทยได้อย่างยั่งยืน คือ “นวัตกรรม”

Foodtech ยกระดับครัวไทย   ผู้ผลิต ‘นวัตกรรมอาหารแห่งโลก’

ประเทศไทยในฐานะครัวโลกนั้น ไม่ควรหยุดอยู่แค่การแปรรูปอาหารอย่างเดียว แต่ต้องก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหาร ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืน เพื่อให้ไทยสามารถเติบโตและแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

NIA ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจนำพาประเทศไทยสู่การเป็น ”ชาตินวัตกรรม“ จึงให้ความสำคัญกับการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารผ่านกลไก “Groom – Grant – Growth – Global” หรือที่เรียกว่า ”4G“ โดยมี Thai Kitchen Food Tech Accelerator เป็นโครงการเรือธงสำคัญ

Thai Kitchen Food Tech Accelerator คือโครงการเร่งการเติบโตสำหรับผู้ประกอบการที่มีฐานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอาหาร

ดำเนินการร่วมกันระหว่าง NIA กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

Foodtech ยกระดับครัวไทย   ผู้ผลิต ‘นวัตกรรมอาหารแห่งโลก’

โครงการในปีนี้มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการใน 3 สาขา ได้แก่

1. อาหารพื้นถิ่นมูลค่าสูง (Modern Heirloom) ที่นำอัตลักษณ์อาหารไทยดั้งเดิมมาต่อยอดด้วยนวัตกรรม

2. อาหารและผลไม้ไทยมูลค่าสูง (High-Value Thai Food & Fruits) ที่เพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และ

3. อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่พัฒนาเทคโนโลยีอาหารและโภชนาการเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดหรือการอบรมทั่วไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างเข้มข้นและครบวงจร ผ่านกระบวนการคัดเลือก 10 ทีมสุดยอดที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งาน

เพื่อเข้ารับการบ่มเพาะและเร่งโตแบบเต็มรูปแบบ ผ่านโปรแกรมเร่งการเติบโตธุรกิจ (Accelerator Program) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์กลยุทธ์ตลาดเชิงลึก การพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการวางแผนขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของอุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยีการผลิต การตลาด และการส่งออก ควบคู่กับการให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจง (Mentoring) จากผู้เชี่ยวชาญและภาคอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของประเทศ

ผลงานเด่นจากเวที Demo Day ปี 2025

ตัวอย่างความสำเร็จของผู้เข้าร่วมโครงการ Thai Kitchen 2025  มีความโดดเด่นทั้งในด้านการพัฒนานวัตกรรมอาหารและการขยายตลาดสู่ระดับสากล

บริษัท ฟู้ดเดิ้ล นู๊ดเดิ้ล จำกัด (Foodle Noodle) จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวออร์แกนิคทั่วไป ได้รับการสนับสนุนให้พัฒนาเป็น Future Food ในรูปแบบเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มี Low GI, High Fiber และ High Protein เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยและตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลก

ปัจจุบันได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยล่าสุดนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไปเปิดตัวในงานแสดงสินค้าออร์แกนิคที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

Foodtech ยกระดับครัวไทย   ผู้ผลิต ‘นวัตกรรมอาหารแห่งโลก’

แบรนด์ มอลลี่ อัลลี่ (Molly Ally) พัฒนาไอศกรีม Plant-based ที่มีความเข้มข้นครีมที่เหมือนไอศกรีมจากนมวัว แต่ไม่มีคอเลสเตอรอลและใช้ความหวานจากน้ำตาลดอกมะพร้าว (Low GI)

ผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัล The Best Performance จากโครงการ และมีโอกาสได้เสิร์ฟให้แก่ผู้นำเอเชียในงานประชุม APEC รวมถึงได้รับรางวัลจากเวที Creative Business Award

 อีกทั้งได้รับทุนสนับสนุนจาก NIA สำหรับการทำ Market Research ในประเทศสิงคโปร์ และใช้ความน่าเชื่อถือจากการเข้าร่วมโครงการ (นามสกุล NIA) ในการเชื่อมต่อกับสถานทูตและคู่ค้าในต่างประเทศเพื่อเปิดตลาดแฟรนไชส์

ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการนวัตกรรมอาหารไทยมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ