วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

Kumaru แชตบอตอัจฉริยะ ดัน AI ลงไร่นา! รู้ราคาก่อนขาย รู้ฝนก่อนปลูก

Kumaru แชตบอตอัจฉริยะ ดัน AI ลงไร่นา!  รู้ราคาก่อนขาย รู้ฝนก่อนปลูก

คุมารุ (Kumaru) ผลงานรางวัลชนะเลิศจากการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 “จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” หนึ่งในกิจกรรมตามนโยบาย “อว.for AI” เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก “Pathumma” LLM ภาษาไทย อย่างกว้างขวาง

ทุกคำถามมีคำตอบ

มนสิชา ศุภกิจ สมาชิกทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กล่าวว่า ทีมงานออกแบบให้ Kumaru ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชัน Line โดยมี Pathumma LLM เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง (Core Engine)

Pathumma LLM ช่วยย่อยข้อมูลที่ซับซ้อน ทั้งราคาสินค้าแบบเรียลไทม์ สภาพอากาศ และความรู้เชิงวิชาการ ให้กลายเป็นคำตอบที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทันที

แพลตฟอร์มมุ่งตอบโจทย์ให้กับ 3 กลุ่มหลัก คือ เกษตรกรผู้ผลิต, ผู้ประกอบการเกษตร (เช่น วิสาหกิจชุมชน) และประชาชนทั่วไป แต่ในช่วงระยะนำร่องจะมุ่งกลุ่ม Smart Farmers

เนื่องจากมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมีทักษะความเข้าใจในการใช้ AI (AI Literacy) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะเข้าใจว่า AI เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจและไม่เชื่อข้อมูลทั้งหมดโดยไม่มีการตรวจสอบ

ส่วนเป้าหมายในภาพรวมคือการให้บริการแก่ฐานลูกค้าของ ธกส. ซึ่งมีอยู่กว่า 30 ล้านรายในภาคชนบท และมีผู้ใช้งานผ่านช่องทาง Line Official อยู่แล้วประมาณ 6.7 ล้านราย

“การใช้งานได้จริงผ่าน Line Official Account จะช่วยให้คนทุกวัยเข้าถึงข้อมูลวิชาการและข้อมูลเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาประสิทธิภาพการตอบโต้ให้รวดเร็วขึ้น และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลงานวิจัยเพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้างผ่านเครือข่ายของ ธกส.ต่อไป”

จากการทดลองนำโปรโตไทป์ไปให้เกษตรกรทดลองใช้เพื่อเก็บข้อมูล พบว่าคำถามที่เกษตรกรนิยมถามและอยากรู้มากที่สุด ได้แก่

1.ราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น “วันนี้จะขายผลผลิตได้ที่ราคาเท่าไหร่” “ราคาข้าววันนี้ขายได้เท่าไหร่” โดยระบบจะดึงข้อมูลเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลอย่างกระทรวงพาณิชย์หรือตลาดไทมาตอบให้

2.ราคาสินค้าอุปโภคและปัจจัยการผลิต เช่น “ราคาน้ำมันเท่าไหร่” ซึ่งเป็นคำถามที่มักจะถามตามสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ 

3.สภาพอากาศและการพยากรณ์ เป็นคำถามที่มีผลต่อการวางแผนเพาะปลูก เช่น “วันนี้ฝนจะตกมั้ย" และ "อีกเมื่อไหร่ฝนจะตก"

นอกจากคำถามทั่วไปแล้ว Kumaru ยังถูกพัฒนาให้ตอบคำถามเชิงลึกที่เป็นข้อมูลเฉพาะด้านการเกษตรผ่าน Special Agent ในด้านต้นทุนการผลิต และเรื่องของโรคแมลง อีกด้วย

ทีมงานออกแบบให้คุมารุมี ระบบคัดกรองความถูกต้อง (LLM as judge): ในเชิงเทคนิคมีการออกแบบให้มี "AI มาจับ AI" เพื่อตรวจสอบแหล่งข้อมูลและความน่าเชื่อถือ หากข้อมูลใดมีคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำ ระบบจะไม่นำคำตอบนั้นไปตอบเพื่อป้องกันปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาดหรืออาการ "หลอน" (Hallucination) ของ AI

ในการใช้งาน Pathumma LLM วศิน ถาวรวัฒนะ สมาชิกทีม B05 อธิบายว่า Kumaru ใช้ Pathumma LLM เป็นทั้ง “ตัวแปลภาษาพูด” ในตอนเริ่มต้น และเป็น “ตัวสรุปข้อมูลอัจฉริยะ” ในตอนท้าย

Pathumma LLM มีความโดดเด่นในการเข้าใจบริบทภาษาไทยท้องถิ่นและคำศัพท์เฉพาะของเกษตรกรได้ดีกว่าระบบแชตบอตในสมัยก่อนที่ต้องใช้คีย์เวิร์ดตรงตัวเท่านั้น ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลราคาผลผลิตและเทรนด์ตลาดได้แบบครบวงจร

“เราใช้ Pathumma LLM หลายตัวทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการรับข้อความจากผู้ใช้งานผ่านทาง LINE กระทั่งตัวสุดท้ายจะทำหน้าที่รวบรวมและสรุปข้อมูลที่ระบบไปค้นหามาได้ (เช่น ข้อมูลสถานที่ปลูกที่เหมาะสม ราคาตลาด ปริมาณน้ำ และสายพันธุ์) แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นคำตอบที่ละเอียดและเข้าใจง่ายส่งกลับไปให้ผู้ใช้งาน”

ปัจจุบัน Kumaru อยู่ในช่วงทดสอบระบบและพัฒนาความแม่นยำของข้อมูล ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความฉลาดทางดิจิทัล (AI Literacy) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง

 แผนการพัฒนาในเฟสถัดไปจะใช้ Pathumma LLM เป็นตัวเชื่อมต่อ (Plug-in) กับแหล่งข้อมูลงานวิจัยที่มีการอ้างอิงน่าเชื่อถือ เพื่อให้คำตอบที่ได้มีความถูกต้องแม่นยำตามหลักวิชาการมากยิ่งขึ้น

Kumaru แชตบอตอัจฉริยะ ดัน AI ลงไร่นา!  รู้ราคาก่อนขาย รู้ฝนก่อนปลูก

อว.ขับเคลื่อน AI Ecosystem

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงนโยบาย นักวิจัย และผู้ใช้ประโยชน์

โดยนำ AI มาประยุกต์ใช้กับข้อมูลวิจัยและนวัตกรรม เพื่อทำให้งานวิจัย “เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้จริง” ผ่านการพัฒนาระบบสืบค้นและถามตอบด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ประชาชน นักวิจัย และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และนำไปใช้ประโยชน์

วช. ได้ประสานความร่วมมือกับ สวทช. นำ Pathumma LLM เครื่องมือที่พัฒนามาจากผลงานวิจัยของนักพัฒนาคนไทยมาใช้ประโยชน์ในโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนับสนุนระบบนิเวศของ อว.

โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูล ผ่านการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างผลงานต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรและระดับประเทศ

วช.สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศต่อยอดจากการพัฒนาระบบสืบค้น ถามตอบข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมด้วย LLM สัญชาติไทย

ซึ่งสอดคล้องตามนโยบาย "อว. for AI" ของกระทรวง อว. ในการส่งเสริมการใช้ AI เพื่อยกระดับภาครัฐ ภาคการศึกษา รวมถึงภาคอุตสาหกรรม 

วช. สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร

และผลักดันการนำเทคโนโลยี Large Language Model หรือ LLM ไปสู่การใช้งานจริงรวมถึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ 

สวทช.ขุมพลังทางเทคโนโลยี

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองด้านนวัตกรรมดิจิทัล (Technology Provider) ที่ช่วยสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เหล่านักพัฒนาในโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI สัญชาติไทยที่สมบูรณ์ 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สวทช. ทีมวิจัย เนคเทค มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีความเข้าใจบริบทภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น OpenThaiGPT หรือโมเดลเฉพาะทางอื่น ๆ 

ดังนั้น การวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงไม่ได้มองแค่การพัฒนาโค้ด แต่เรากำลังสร้าง ‘Digital Ecosystem’ ที่เอื้อให้เกิดการนำงานวิจัยไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์และบริการภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและสร้างอำนาจต่อรองให้ประเทศไทยในเวทีโลก