วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘อว.’ จุดไฟนวัตกรรม AI สัญชาติไทย! ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM

‘อว.’ จุดไฟนวัตกรรม AI สัญชาติไทย! ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM

‘อว.’ จุดไฟนวัตกรรม AI สัญชาติไทย ปั้น 24 บิ๊กโปรเจกต์ ThaiLLM ยกระดับงานวิจัยจากหิ้ง สู่ ‘ใช้งานจริง’ เชื่อมข้อมูลระดับประเทศ หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

ประกาศความสำเร็จโครงการ "LLM Research Challenge Thailand 2026" ปั้นบุคลากรไอทีสายพันธุ์ใหม่กว่า 110 ชีวิต พร้อมโชว์ 24 นวัตกรรมต้นแบบจากขุมพลัง AI สัญชาติไทย เตรียมขยายผลสู่บริการสาธารณะ บูรณาการฐานข้อมูลวิจัย NRIIS-TNRR มุ่งเป้า ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยในพิธีมอบรางวัลการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 ว่า

โครงการนี้คือกลไกสำคัญภายใต้นโยบาย “อว. for AI” ที่มุ่งหวังเปลี่ยน “งานวิจัยบนหิ้ง” ให้กลายเป็นการ “ใช้งานจริง” ผ่านเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว

หัวใจสำคัญคือการสร้างต้นแบบที่ใช้งานได้จริงในหน่วยงาน (Use Case) ซึ่ง กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการยกระดับ 24 ผลงาน ในวันนี้ให้ก้าวข้ามจากการเป็นแค่ระบบต้นแบบ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

เพื่อสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการตัดสินใจเชิงนโยบายด้วย AI อย่างแม่นยำและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า วช. ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างเทคโนโลยีและผู้ใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการนำ LLM ไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบสืบค้นและถาม-ตอบอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้งานฐานข้อมูลวิจัยขนาดใหญ่

สิ่งที่เกิดขึ้นใน Bootcamp ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผลงานโปรแกรมมิ่ง แต่คือการสร้าง ‘เครือข่ายนักพัฒนา’ ที่เข้มแข็ง ทำให้เห็นการนำ LLM ไปสร้าง Agent อัตโนมัติ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยที่ซับซ้อน

วช. จะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง NRIIS และ TNRR เพื่อให้ข้อมูลวิจัยเป็นสมบัติที่จับต้องได้สำหรับคนไทยทุกคน” ดร.วิภารัตน์ ระบุ

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองด้านนวัตกรรมดิจิทัล (Technology Provider) ที่ช่วยสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เหล่านักพัฒนาในโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI สัญชาติไทยที่สมบูรณ์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สวทช. ทีมวิจัย เนคเทค มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีความเข้าใจบริบทภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น OpenThaiGPT หรือโมเดลเฉพาะทางอื่น ๆ

ดังนั้น การวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงไม่ได้มองแค่การพัฒนาโค้ด แต่เรากำลังสร้าง ‘Digital Ecosystem’ ที่เอื้อให้เกิดการนำงานวิจัยไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์และบริการภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและสร้างอำนาจต่อรองให้ประเทศไทยในเวทีโลก

สำหรับผลลัพธ์ที่โดดเด่นของโครงการฯ ประกอบด้วยการพัฒนาบุคลากรด้าน AI และ Big Data กว่า 110 คน จาก 24 องค์กร และข้อเสนอโครงการใช้งานจริงกว่า 24 รายการ

ที่ครอบคลุมทั้งระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจหมุนเวียน และระบบอัจฉริยะช่วยสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรวิจัย

รวมถึงการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) อย่างเต็มตัว 

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวง อว. ได้เป็นประธานพิธีมอบรางวัลชนะเลิศผลงานดีเด่นจากการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย

ทีมที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 

รางวัลชนะเลิศ มูลค่า 60,000 บาท ได้แก่ “ทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 40,000 บาท ได้แก่ “ทีม B01 กรมประชาสัมพันธ์”

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ “ทีม B12 มหาวิทยาลัยมหิดล งานสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพ ฝ่ายสารสนเทศ สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี”

รางวัลพิเศษ NRCT Special Award มูลค่า 10,000 บาท ได้แก่

ทีม B18 มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์

ทีม B13 มหาวิทยาลัยรังสิต

รางวัลขวัญใจกรรมการ มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่

ทีม B04 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ทีม B06 บริษัท IDS training

รางวัลขวัญใจกรรมการ (ดาวรุ่ง) มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่

ทีม B10 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะเทคโนโลยีการจัดการ (สงขลา) 

รางวัลชมเชย มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่

ทีม B07 บริษัท Aircamp

ทีม B11 มหาวิทยาลัยบูรพา คณะวิทยาการสารสนเทศ

ทีม B14 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

ทีม B15 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

ทีม B16 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทีม B17 มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

ทีม B19 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ทีม B20 สถาบันเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

ทีม B21 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

ทีม B22 สำนักงานกิจการยุติธรรม

ทีม B23 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

ทีม B24 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ทีม B25 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ทีม B26 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ทีม B27 สำนักงานศาลปกครอง