มช.เปิดผลงานวิจัย ตรวจคุณภาพลิ้นจี่ด้วยนวัตกรรมแสงอินฟราเรดย่านใกล้ Near-Infrared ช่วยคัดเกรดผลผลิตได้รวดเร็ว แม่นยำ ยกระดับลิ้นจี่ไทย สู่ตลาดพรีเมียมโลก
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะอุตสาหกรรมเกษตร เปิดผลงานวิจัย เทคโนโลยีตรวจสอบคุณภาพลิ้นจี่ด้วยแสงอินฟราเรดย่านใกล้ หรือ Near-Infrared : NIR เป็นนวัตกรรมที่ช่วยคัดแยกผลผลิตคุณภาพสูงได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าหรือทำลายผล ด้วยการตรวจหาความหวาน เมล็ดลีบ และรอยหนอนเจาะได้เร็วและแม่นกว่าเดิม
ผศ.ดร.เสาวลักษณ์ รุ่งแจ้ง อาจารย์คณะอุตสาหกรรมเกษตร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วการคัดเกรดลิ้นจี่ต้องอาศัยความชำนาญของแรงงาน ใช้เวลา และอาจก่อให้เกิดความเสียหายระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี NIR สามารถสแกนลิ้นจี่จากภายนอก และวิเคราะห์คุณภาพภายในได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ทั้งการจำแนกขนาดเมล็ด การตรวจหาความเสียหายจากแมลงศัตรูพืช ตลอดจนการประเมินค่าความหวาน (SSC) และความเป็นกรด (TA) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของรสชาติและคุณภาพผลไม้
ผลการศึกษาพบว่า ระบบสามารถจำแนกขนาดเมล็ดได้แม่นยำมากกว่า 90% และตรวจจับความเสียหายจากหนอนเจาะผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ค่าความหวานและความเป็นกรดยังมีความสอดคล้องในระดับสูง (ค่า R² มากกว่า 0.90) สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีในการประยุกต์ใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม
ผลงานวิจัยเรื่อง “Near infrared spectroscopy for sustainable non-destructive classification and quantitative prediction of quality traits of seed size, pest damage, and quality traits in lychee (Litchi chinensis)” ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Applied Food Research ฉบับเดือนธันวาคม 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในเวทีโลก
ผศ.ดร.เสาวลักษณ์ ระบุว่า นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการคัดเกรด หากยังลดความสูญเสีย ลดต้นทุนแรงงาน และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อันเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดส่งออก
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับลิ้นจี่ไทยสู่มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั่วโลก และขับเคลื่อนระบบอาหารไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน





