วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย สร้างจุดเปลี่ยน ‘นวัตกรรมนำธุรกิจ’ รากฐานน้ำมันรำข้าวคิง

รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย สร้างจุดเปลี่ยน ‘นวัตกรรมนำธุรกิจ’ รากฐานน้ำมันรำข้าวคิง

ปี 2549 น้ำมันรำข้าวคิงที่มีสารโอรีซานอลสูง (High Oryzanol) นวัตกรรมแรกของคิงที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย

นอกจากจะสร้างชื่อเสียงแล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ “นวัตกรรมนำธุรกิจ” เป็นรากฐานที่ทำให้บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด (Market Leader) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 80-85% ในปัจจุบัน

ล่าสุดปี 2568 “เครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผง (ตราไรซ์ลี่)” ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย จากมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มอบให้กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย ตลอดจนสามารถผลิตออกไปในเชิงพาณิชย์ได้

เส้นทางนวัตกรรม

“นวัตกรรมคือทางรอดเดียวที่จะทำให้สามารถแข่งขันกับน้ำมันพืชประเภทอื่น โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มที่มีองค์ความรู้ระดับโลกมารองรับอยู่แล้วได้” 

ประทีป สันติวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด กล่าวถึงแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะในอดีตช่วงปี 2543 อุตสาหกรรมน้ำมันรำข้าวไทยมีความยากลำบากและทำยากกว่าน้ำมันประเภทอื่น เช่น น้ำมันปาล์มหรือถั่วเหลือง ทำให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลิกทำจนเหลือเพียงไม่กี่ราย

“เครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผง” มีส่วนผสมจากรำข้าวมากกว่าร้อยละ 45 และเป็นผลิตภัณฑ์ Non-GMO รายเดียวในตลาดที่มีงานวิจัยรองรับและมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย อุดมด้วยวิตามิน B1 B3 แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส มีสารต้านอนุมูลอิสระ และไม่มีคอเลสเตอรอล

จึงมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพสูง ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และสังคมผู้สูงอายุ

รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย สร้างจุดเปลี่ยน ‘นวัตกรรมนำธุรกิจ’ รากฐานน้ำมันรำข้าวคิง

พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถยกระดับรำข้าวจากวัตถุดิบราคาต่ำสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มหลายร้อยเท่า

จากจุดเด่นดังกล่าวส่งเสริมให้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2568 ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม นับเป็นเครื่องพิสูจน์คุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงสะท้อนศักยภาพในการผลักดันอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ก้าวจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้

บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์ “ชอร์ตเทนนิ่ง” (Shortening) จากน้ำมันรำข้าว พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลพลอยได้จากการผลิต ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจนผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นอกจากนี้ยังเป็นรายแรกที่ผลิต “ครีมน้ำมันรำข้าว” เป็นนวัตกรรมที่ใช้น้ำมันรำข้าวทดแทนน้ำมันปาล์ม ในการผลิตครีมสำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (เช่น ครีมเทียมหรือส่วนประกอบในอาหาร) ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างมากในตลาด

ประทีป กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องดื่มรำข้าวสำเร็จรูปชนิดผงจากรำข้าวสกัด เกิดจากความตั้งใจในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรไทย

จากเดิมบริษัทกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิงดำเนินธุรกิจสกัดน้ำมันรำข้าว จะเหลือกากรำข้าวสกัดมากกว่า 3 แสนตัน ซึ่งในอดีตถูกขายราคาต่ำเพียง 7-10 บาทต่อกิโลกรัมให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

บริษัทจึงเริ่มหาวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรำข้าวสกัดที่เหลืออยู่โดยการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว

การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยจากสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล มาสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนสินค้าจากกลุ่ม Commodity ที่ต้องแข่งขัดด้านราคากับน้ำมันประเภทอื่น (เช่น ปาล์ม หรือถั่วเหลือง) มาเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและจุดขายที่ยั่งยืน

“นวัตกรรมน้ำมันรำข้าวที่มีสารโอรีซานอลสูงในปี 2549 ถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่ทำให้จากเดิมไม่มีใครอยากทำน้ำมันรำข้าว กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีแบรนด์ในตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2-3 ยี่ห้อ เป็นเกือบ 20 ยี่ห้อในปัจจุบัน

บริษัทเชื่อว่านวัตกรรมไม่ได้แค่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ แต่ช่วยเปลี่ยนอนาคตของอุตสาหกรรมข้าวไทยให้ดีขึ้น” ผู้บริหารน้ำมันรำข้าวคิงกล่าว

นวัตกรรมสร้างแรงบันดาลใจ

NIA ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมสำหรับเพิ่มมูลค่าข้าวไทย ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตผ่านการจัดประกวด “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2569” เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันและแบรนด์นวัตกรรมจากข้าวไทย

17 ปีที่ผ่านมามีผู้ส่งผลงานนวัตกรรมข้าวไทยเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 821 ผลงาน ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ทั้งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวหรือกระบวนการผลิตข้าว ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 2569

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทยฯ กล่าวว่า การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยปีนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 18 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทยและต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ รวมถึงเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบันผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีความเป็นนวัตกรรมสูงขึ้น ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวิจัยที่ละเอียดและซับซ้อนมากขึ้น มีการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและจุลินทรีย์ด้วยเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง

ทำให้ผลงานที่เกี่ยวข้องกับสรรพคุณเพื่อสุขภาพ ความงาม และการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีความน่าเชื่อถือและสามารถผ่านการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้จริง