งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 หรือ Thailand Inventors' Day 2026  เน้นนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ ตลอดจนผลงานรางวัลนานาชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  กล่าวว่า การจัดงานวันนักประดิษฐ์ เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ในการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย”

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

ไฮไลต์ผลงานวิจัยนวัตกรรม

ตัวอย่างผลงานวิจัยนวัตกรรมเด่น อาทิ “จุ่มก่อนจิบ” โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอุปกรณ์เตือนภัยแบบสวมใส่บนเล็บมือ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจพบสาร GHB ยาเสียตัวที่ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้รส ได้อย่างแนบเนียนก่อนดื่มจริง ด้วยไมโครฟลูอิดิกบนกระดาษที่ผสานปฏิกิริยาเคมีสีของ Fe3+–phenanthroline ทำให้เล็บเปลี่ยนสีภายใน 15 วินาทีจุ่ม และ 15 นาทีรอผล

หากพบการปนเปื้อน ผลลัพธ์แสดงได้ด้วยตาเปล่าแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ช่วยสร้างภูมิความปลอดภัยส่วนบุคคลในทุกสภาพแวดล้อมทางสังคม และเป็นก้าวใหม่ของเทคโนโลยีป้องกันอาชญากรรมทางเพศด้วยวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการออกแบบที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ผลงานถัดมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ต้นแบบระบบบำบัดยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำเสียโรงพยาบาล (Ozone-Act)" ที่มุ่งลดความเสี่ยงด้านการดื้อยาต่อสิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณสุขได้นำร่องใช้งานแห่งแรกแล้วที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเมื่อปี 2568

โดยนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดทางชีวภาพ เข้าสู่ระบบโอโซนและถังกรองถ่านกัมมันต์ที่ดัดแปรพื้นผิว รองรับน้ำเสียได้สูงสุด 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สามารถลดการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะออกสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าร้อยละ 90 ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 4 บาทต่อลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้นักวิจัยได้พัฒนาวิธีในการวิเคราะห์ยาปฏิชีวนะแต่ละกลุ่มทำให้การตรวจสอบได้ง่ายและราคาไม่แพงนับเป็นนวัตกรรมที่มีความปลอดภัยสามารถขยายผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

อีกหนึ่งผลงานไฮไลต์คือ อากาศยานไร้คนขับ 8 ใบพัดแบบขึ้นลงแนวดิ่งแบบสามมิติ (VTOL Drone) สำหรับสำรวจสุขภาพพืชและติดตามการระบาดของศัตรูพืช โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ระบบออกแบบให้รองรับคำสั่งภาษาไทย ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทดีไวซ์ จึงตอบโจทย์ให้กับเกษตรกรสูงวัย 

อีกทั้งคุณสมบัติพิเศษที่สามารถบินแบบกะระยะได้อย่างแม่นยำ พร้อมควบคุมระยะไกลผ่านดาวเทียมแม้จากข้ามทวีป ทำให้การดูแลพืชเกษตรเป็นไปโดยตรงจุด และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

 ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ใช้งานแล้วที่สวนมะม่วงในจังหวัดลำปาง และสวนยางพาราซึ่งช่วยให้เกษตรกรตรวจพบโรคพืชได้เร็วก่อนที่จะแพร่ระบาดสร้างความเสียหาย

นอกจากนี้ยังมีผลงานด้านการแพทย์และสัตวแพทย์ เช่น หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย หุ่นฝึกกู้ชีพสุนัขและแมวขั้นพื้นฐาน (CPR Training Model) โดย บริษัทเอฟ 2022จำกัด และ ชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ โดย กรมอนามัย ซึ่งช่วยยกระดับการฝึกทักษะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

รวมถึงแผ่นตรวจวัดเชิงสีแบบมัลติเพล็กซ์สำหรับวิเคราะห์โลหะหนักและสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม และเครื่องทอผ้าขนาดเล็ก โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นต้น ล้วนสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยที่มุ่งตอบโจทย์การใช้ประโยชน์จริงในระดับชุมชน สังคม และประเทศ

ภายในงานอัดแน่นด้วยนิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม นิทรรศการ Highlight อาทิ NRCT Young Detective นักสืบจิ๋วตอนสืบจากสาร(เสพติด) มหัศจรรย์แห่งดอกไม้ (Wonderful Flowers) Animal in Wonderland ดินแดนสัตว์มหัศจรรย์

และ Medical Innovation Playground สนุกคิด...วิทย์การแพทย์ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์จริง บูธกิจกรรมจากภาคีเครือข่ายวิจัยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวมถึง มหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ (IPITEx)

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

การประกวด I-New Gen Award และ I-New Gen Junior Award ที่เปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และยังมีตลาดสินค้าและนวัตกรรมจากผลงานวิจัย 

Quick Win วิจัยติดดินกินได้

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่าในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประเทศที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม

กระทรวง อว. ได้ตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายผลักดันให้หน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Win” ซึ่งในด้านการเกษตรก็ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “วิจัยติดดินกินได้” เพื่อช่วยเกษตรกรลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี

ด้านการศึกษา กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill ในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์, ระบบราง, ดิจิทัล และ AI ด้านสุขภาพ ผ่านหลักสูตรระยะสั้นและโครงการ Sandbox บัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อผลิตแรงงานสมรรถนะสูงรองรับตลาดแรงงานและช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมใช้งาน AI ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศการศึกษาไทยให้ทันสมัย โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการนำเข้าเทคโนโลยีมาเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยจากห้องทดลองสู่ชีวิตจริง

งานวันนักประดิษฐ์”ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นถึงวันที่ 9 ม.ค.นี้ ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.inventorsdayregis.com

งานวันนักประดิษฐ์ ปลดล็อกประเทศด้วยพลังวิจัยและนวัตกรรม