background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

บ๊อช ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “Innovision Young Gen with Bosch” ส่งเสริมให้เยาวชนไทยคิดค้นและต่อยอดเทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “Invented for life” หรือ “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต”

โลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นคุณค่าของนวัตกรรมที่มีความหมายและรับผิดชอบต่อสังคมกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง บ๊อช ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวโครงการ “Innovision Young Gen with Bosch” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยคิดค้นและต่อยอดเทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “Invented for life” หรือ “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต

กรุงเทพธุรกิจมีโอกาสพูดคุยกับ โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ถึงที่มา เบื้องหลังโครงการนี้ รวมถึงวิสัยทัศน์ของบ๊อชทั้งในระดับประเทศไทยและระดับโลก

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

ปั้นเยาวชนให้เป็นนักแก้ปัญหา

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังโครงการ โจเซฟ เล่าวว่า โครงการ Innovision Young Gen with Bosch เกิดจากความเชื่อของบ๊อชที่ว่านวัตกรรมควรรับใช้สังคม ไม่ใช่แค่สร้างของใหม่ๆ สิ่งสำคัญคือการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่คิดสร้างสรรค์ เพราะอนาคตขึ้นอยู่กับคนที่กล้าคิดว่าจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร

“เราอยากให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านปัญหาจริงและเทคโนโลยีจริง เห็นว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่สร้างของใหม่ แต่ช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ ไอเดียเล็กๆ ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงได้” โจเซฟกล่าว

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

เมื่อพูดถึงความคาดหวังต่อไอเดียที่เด็กๆ ส่งเข้ามา บ๊อชไม่ได้ตั้งความหวังว่าจะต้องมีนวัตกรรมพลิกโลก แต่สนับสนุนให้เด็กๆ นำเทคโนโลยีของบ๊อชที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่นหรือระดับโลก แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและผลกระทบทางสังคมไปพร้อมกัน

“พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าโซลูชันที่มีอยู่แล้วสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดวิธีใหม่ๆ ในการแก้ไขความต้องการที่เร่งด่วนของสังคม บ๊อชต้องการให้เยาวชนเห็นว่านวัตกรรมสามารถมีจุดประสงค์ และแนวคิดของพวกเขา แม้จะเล็กน้อย ก็สามารถมีส่วนร่วมในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้” โจเซฟ กล่าว

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ให้แต่ละทีมออกแบบแนวคิดที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด ความปลอดภัยบนท้องถนน หรือเมืองที่ยั่งยืน ช่วยให้เด็กๆ เห็นว่านวัตกรรมสร้างผลลัพธ์จริงเพื่อโลกที่ดีขึ้น

จากที่เห็นมา โจเซฟมั่นใจว่าเด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ เก่งด้านดิจิทัล และอยากทำประโยชน์ เมื่อได้โอกาสและเครื่องมือที่ดี พวกเขาสามารถสร้างไอเดียที่มีความหมายได้ ดังนั้น โครงการนี้จึงตอกย้ำว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มในห้องทดลองเสมอไป มันสามารถเริ่มได้จากห้องเรียน ชุมชน หรือแม้แต่เวทีการแข่งขันแบบนี้

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

แม้ว่าโครงการนี้จะไม่มีการลงพื้นที่หรือเวิร์กช็อปแบบพบหน้า แต่บ๊อชก็เตรียมแหล่งข้อมูลออนไลน์ไว้ให้เด็กๆ ได้ศึกษาเอง เช่น วิดีโอ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และข้อมูลเกี่ยวกับความยั่งยืน เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่าเทคโนโลยีของบ๊อชนำไปใช้งานจริง

“สำหรับผม Invented for life หมายถึงความตั้งใจแน่วแน่ของเราที่จะสร้างเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตปรับปรุงคุณภาพชีวิตผู้คน ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่ต้องส่งผลระยะยาว มีความหมาย มีความยั่งยืน และต้องรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ด้วย” โจเซฟ กล่าว

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

ในมุมมองของโจเซฟ ทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ในโลกปัจจุบันคือ “ความสามารถในการปรับตัว” เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี การเรียนรู้ และการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการมีหัวใจที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น และทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย

ส่วนข้อความที่อยากฝากถึงเยาวชนไทยที่กำลังเริ่มต้นการเดินทางในนวัตกรรมและเทคโนโลยี โจเซฟ แนะนำให้มีความอยากรู้อยากเห็น อย่าหยุดสงสัย อย่ากลัวที่จะตั้งคำถามหรือคิดต่าง เพราะนวัตกรรมมักเริ่มต้นจากการสังเกตเห็นบางสิ่งที่อาจดูเล็กน้อย แล้วสงสัยว่ามันจะดีขึ้นได้อย่างไร ขอให้กล้าคิด กล้าทำ และเชื่อว่าความคิดของตัวเองมีคุณค่า

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

ไอเดียจากเยาวชนไทย

ทีมที่ได้รับรางวัลในโครงการ Innovision Young Gen with Bosch ปีนี้ประกอบด้วยทีมจากหลากหลายโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่ต่างก็มีไอเดียที่น่าสนใจและสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หนึ่งในทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาคือ “ครูแหม่มสั่งลุย” จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 ที่นำเสนอ “DA SYSTEM: ระบบป้องกันการหลับในขณะขับขี่” ไอเดียในการพัฒนาระบบตรวจจับหลุมบ่อบนท้องถนนเพื่อลดอุบัติเหตุจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย 

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

แนวคิดนี้คือ การพัฒนาอุปกรณ์เสริมในรถยนต์ที่สามารถตรวจจับอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการสแกนม่านตาและท่าทาง เช่น การก้มศีรษะหรือภาวะสะลึมสะลือ หากตรวจพบสัญญาณผิดปกติ ระบบจะส่งการสั่นเตือนผ่านเบาะนั่ง รวมถึงส่งเสียงกระตุ้นเพื่อให้ผู้ขับตื่นตัว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน

ตัวแทนจากทีมเล่าว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการสังเกตปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน ประกอบกับแรงบันดาลใจจากการศึกษาประวัติของบ๊อช ที่มีผลงานด้านนวัตกรรมความปลอดภัยมายาวนาน 

“พวกเรารู้สึกดีใจมากที่ไอเดียเล็ก ๆ ของเราได้รับการยอมรับ” ตัวแทนทีมกล่าว พร้อมเสริมว่า สิ่งที่ได้จากโครงการนี้ไม่ใช่แค่รางวัลหรือพอร์ตโฟลิโอสำหรับศึกษาต่อเท่านั้น แต่ยังได้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับการทำงานในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และปลุกความสนใจในสายงาน Mobility ของหลายคนในทีม

อีกหนึ่งทีมที่ได้รับรางวัลคือ “Neuro Spoke Spake - AI Eco-Driving Assistant: ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคว้ารางวัลชนะเลิศระดับมหาวิทยาลัย ด้วยแนวคิดพัฒนาเซนเซอร์สำหรับตรวจจับสภาพถนนที่ติดตั้งบนรถจักรยานยนต์ โดยระบบสามารถประเมินสภาพพื้นผิวได้ล่วงหน้า แจ้งเตือนผู้ขับขี่ และช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากหลุมบ่อหรือสภาพถนนที่ไม่ปลอดภัย

บ๊อชปั้น ‘นวัตกรเจนใหม่’ ผ่าน Innovision Young Gen เปิดพื้นที่เยาวชนคิดนอกกรอบ

น้องๆ เล่าว่า แรงบันดาลใจของไอเดียนี้เกิดจากการสังเกตเห็นปัญหาหลุมบ่อบนถนนในไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทั่วถึง เมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีจากบ๊อช เช่น ระบบ Cruise Control และระบบป้องกันการชน จึงต่อยอดออกมาเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยได้อย่างลงตัว

แม้จะใช้เวลาพัฒนาเพียงครึ่งเดือน ทีมต้องเผชิญกับความท้าทายในการคัดเลือก Pain Point ที่เหมาะสม และออกแบบโซลูชันที่ทั้งสร้างสรรค์และมีความเป็นไปได้จริง 
“โครงการนี้เป็นเหมือนพื้นที่ให้เราได้ทดลองและวิเคราะห์ว่าไอเดียหนึ่งจะสามารถไปต่อได้มากน้อยแค่ไหนในโลกแห่งความจริง” ตัวแทนทีม Neuro Spoke Spake กล่าว

ทั้งสองทีมต่างมีความคาดหวังที่จะนำไอเดียของตนไปพัฒนาต่อในอนาคต โดยทีมครูแหม่มสั่งลุยหวังว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะช่วยลดอุบัติเหตุและปัญหาถนนที่ไม่ดีในประเทศไทย ส่วนทีม Neuro Spoke Spake ยังหวังว่า ไอเดียที่พวกเขาพัฒนาจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืนในอนาคต

เกี่ยวกับภาพรวมและวิสัยทัศน์ของบ๊อช

นอกจากโครงการส่งเสริมเยาวชนแล้ว โจเซฟ ฮง ยังเล่าให้ฟังถึงภาพรวมและวิสัยทัศน์ของบ๊อชในฐานะผู้นำเทคโนโลยีมายาวนานกว่า 140 ปี ความสำเร็จของบ๊อชมาจากการยึดมั่นในนวัตกรรม คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตโดยไม่ละทิ้งค่านิยมที่ยึดถือ

ในยุคที่เอไอเข้ามามีบทบาท บ๊อชเลือกที่จะเปิดรับเอไออย่างจริงจัง นำมาเสริมให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่างๆ ฉลาดขึ้น ปรับตัวได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตั้งแต่บ้านอัจฉริยะ โรงงานอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบขนส่ง พร้อมกับยืนยันว่า การใช้งานเอไอต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบควบคู่ไปด้วย

นวัตกรรมเอไอของบ๊อชถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า หรือการรักษาความเป็นส่วนตัว เพื่อทำให้ชีวิตปลอดภัย น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามสโลแกน Invented for life

การที่บ๊อชมีบุคลากรวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 86,000 คนทั่วโลก ทำให้บ๊อชสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ผสมผสานทั้งความเข้าใจเชิงท้องถิ่นและองค์ความรู้ระดับโลก พร้อมทั้งลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 7–8% ของยอดขายในแต่ละปี ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า “นวัตกรรม” คือแก่นสำคัญของตัวตนบ๊อช

“บ๊อช ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่เชื่อมต่อกันอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ผ่านนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญทั้งกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม” โจเซฟ กล่าว

บทบาทของบ๊อชประเทศไทย

สำหรับบ๊อชประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงแต่เป็นฐานการผลิต แต่ยังขยายบทบาทด้านการขาย วิจัยและพัฒนา และเป็นแหล่งพัฒนาความรู้และนวัตกรรม เพื่อสะท้อนศักยภาพเฉพาะตัวของภูมิภาคนี้

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทั้งเรื่องบุคลากรที่มีศักยภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนา และจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ประกอบการ ทำให้บ๊อชเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสำคัญของเอเชียในอนาคต

“ไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในเอเชีย เราอยู่ในทำเลที่ตั้งเหมาะสม อีกทั้งกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เยาวชนของเรามีความสามารถ  มีจิตวิญญาณผู้ประกอบการ บ๊อช  รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในระบบนิเวศ นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นนี้” โจเซฟ กล่าวทิ้งท้าย