background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) แถลงข่าวชวนร่วมงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 ครั้งที่ 19 สานพลังวิจัยขับเคลื่อนไทย  พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน 26-30 สิงหาคมนี้

“มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” (Thailand Research Expo 2024) จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 19 ภายใต้แนวคิด "สานพลังวิจัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน"  ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 เป็นวาระสำคัญในการร่วมกันเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบและร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร "พระบิดาแห่งการวิจัยไทย"

กระทรวง อว. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น.

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยและการประชุมมากกว่า 130 หัวข้อเรื่อง และยังมีนิทรรศการอีกมากกว่า 700 ผลงาน นำเสนอในประเด็นที่กระทรวง อว. และรัฐบาลให้ความสำคัญ 

นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษา พร้อมกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภายในงานจึงมีกิจกรรมส่งเสริมน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาในทุกระดับจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรรมและประกวดแข่งขัน โดยจะมีการเฟ้นหาวิศวกรสังคมพัฒนาชุมชนดีเด่น อีกด้วย

ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.)  กล่าวว่า  มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ เป็นงานประจำปีของเครือข่ายระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และที่สำคัญคือเป็นเวทีเพื่อนักวิจัยที่ได้นำเอาผลจากการวิจัยที่เกิดขึ้นมาแสดงออกสู่สายตาประชาชน ทำให้เกิดการประจักษ์รู้โดยทั่วไป

การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมนั้นจะต้องเกิดประโยชน์กับประเทศ งานวิจัยมีหลายประเภททั้งสามารถใช้ประโยชน์โดยทันที งานวิจัยที่ต้องมีการปรับปรุงปรับแต่งเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ ขณะเดียวกันประเทศก็ต้องมีการวิจัยในแง่ของพื้นฐานที่จะทำให้เกิดการสร้างสังคม อันนำไปสู่การสร้างความรู้และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” วช. มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงและสร้างพลังแห่งความร่วมมือในทุกเครือข่ายงานวิจัยในการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ

เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทันต่อสถานการณ์โลก พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม

รูปแบบการจัดงานแบ่งออกเป็น 6 ธีม ซึ่งครอบคลุมงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย เศรษฐกิจ BCG, Soft Power, เศรษฐกิจใหม่, สังคมยั่งยืน, สิ่งแวดล้อม และวิสาหกิจชุมชนและ SMEs กว่า 1,000 ผลงาน

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับการปาฐกถาพิเศษจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รักษาการ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในหัวข้อ "ขับเคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์" ที่จะมาเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

ทั้งยังมีงานสัมมนาสุดเข้มข้นกว่า 150 หัวข้อครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ Soft Power ที่จะสร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย ไปจนถึง CEO Forum ที่จะร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน 

ส่วนภาคนิทรรศการ ประกอบด้วย นิทรรศการการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

รวมถึงนิทรรศการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการนำเสนอนิทรรศการผลงานวิจัยจากหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัย

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

แสงซินโครตรอนยกระดับทุเรียนแช่เยือกแข็งส่งออก

ทุเรียนแช่เยือกแข็ง เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ไทยมีศักยภาพการผลิตและส่งออกสูง โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน และสหรัฐอเมริกา โดยเป็นวิธีถนอมอาหารใช้อุณหภูมิ -40 ถึง -60 องศาเซลเซียส ผ่านแก๊สของเหลวอย่างไนโตรเจน หรือคาร์บอนไดออกไซด์ในการแช่แข็งภายในเวลาที่รวดเร็ว เพื่อให้น้ำภายในผลไม้เปลี่ยนสภาพเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดเล็ก (เพราะถ้าความเย็นไม่ต่ำกว่า -40 องศาเซลเซียส จะทำให้เนื้อทุเรียนและน้ำแยกออกจากกันทำให้เนื้อทุเรียนไม่อร่อย)

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โดย ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง หัวหน้าส่วนวิจัยด้านอาหารและการเกษตร ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนเพื่อการรักษาคุณภาพทุเรียนแช่เยือกแข็ง 

โดยได้พัฒนากระบวนการแช่เยือกแข็ง (Cryogenic freezing) ร่วมกับสารละลายไครโอโพรเทกแทนต์ (cryoprotectant) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาทุเรียนสด ที่ช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการเอาได้ และเพิ่มมูลค่าการส่งออกทุเรียนด้วยแสงซินโครตรอน

ผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคต่างๆ ข้างต้นพบว่า คุณภาพทางกายภาพและโครงสร้างทางเคมีของทุเรียนแช่เยือกแข็งมีความใกล้เคียงกับทุเรียนสดใหม่ และเมื่อทดสอบทางประสาทสัมผัส (Sensory test) จากผู้ทดสอบชิมจำนวน 50 คน แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่เยือกแข็งที่อายุการเก็บรักษานาน 6 เดือน ไม่แตกต่างจากทุเรียนสดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ 

ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยกระดับทุเรียนแช่เยือกแข็งเพื่อการส่งออก สู่การมุ่งเน้นตามแนวทางเศรษฐกิจใหม่

มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 พบกับนวัตกรรมล้ำสมัยกว่า 1,000 ผลงาน

วว.โชว์ไม้ดอกไม้ประดับกินได้

ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้แทน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมเป็นเกียรติและนำผลงานโครงการพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภค  โดยมี ดร.อนันต์  พิริยะภัทรกิจ  นักวิจัยอาวุโส   ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ เป็นหัวหน้าโครงการฯ  เข้าร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติที่โซนไฮไลต์ผลงานเด่นประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมด้วย 

การดำเนินงานก่อให้เกิด Impact จากผลงานวิจัย  ได้แก่  

1) ข้อมูลคุณประโยชน์ของพรรณไม้ชนิดต่าง ๆ สำหรับปรับใช้ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

 2) สร้างความยั่งยืนของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี  

3) ตอบสนองนโยบายระดับโลก ในการบริโภคอาหารแบบยั่งยืน (SFS)  

4) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ทำให้เกิดรายได้ในชุมชน  

5) Food Waste ลดการสูญเสียอาหาร/ขยะอาหารที่เพิ่มขึ้น

6) สร้าง Soft Power เชื่อมโยงธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม การท่องเที่ยว

นอกจากนี้ วว. ยังจะนำผลงาน “นวัตกรรม วว. ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ”  เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการด้วย  ได้แก่  

1) การใช้ประโยชน์จาก CO2 เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสาหร่ายในภาคอุตสาหกรรม  

2) เทคโนโลยีการดักจับและใช้ประโยชน์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแปรรูปเป็นไบโอเมทานอล  

3) ฐานข้อมูลมวลชีวภาพการกักเก็บคาร์บอนและการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบนิเวศป่าไม้สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ซึ่งเป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลของโลก ณ บูธ AL 9  ที่โซนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://researchexporegistration.com ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โทรศัพท์ 0-2579-1370-9 ต่อ 515, 517, 518