background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

แม้แต่ดาวอังคารก็ยังไม่ปลอดภัย ถ้า AI ที่ชาญฉลาดต่อต้านมนุษยชาติ

แม้แต่ดาวอังคารก็ยังไม่ปลอดภัย ถ้า AI ที่ชาญฉลาดต่อต้านมนุษยชาติ

วีทาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ซึ่งถือว่าเป็นนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่มีความสามารถ กล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงสุดมี “โอกาสร้ายแรง” ที่จะแซงหน้ามนุษย์ที่จะกลายเป็น “สายพันธุ์ชั้นยอด” รุ่นถัดไปของโลก

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.66  ได้โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับ AI ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า  AI นั้น “แตกต่างโดยพื้นฐาน” จากสิ่งประดิษฐ์ล่าสุดอื่น ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย , การคุมกำเนิด , เครื่องบิน , ปืน และอื่น ๆ เนื่องจาก AI สามารถสร้าง “จิตใจ” รูปแบบใหม่ที่สามารถขัดต่อผลประโยชน์ของมนุษย์ได้

“AI คือ จิตใจรูปแบบใหม่ที่ได้รับความฉลาดอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสที่จะแซงหน้าความสามารถทางจิตของมนุษย์และกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่บนโลกใบนี้”

บูเทอริน แย้งว่า AI ที่ชาญฉลาดไม่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ , โรคระบาดที่มนุษย์สร้างขึ้น , หรือสงครามนิวเคลียร์ แต่มันอาจกวางล้างมนุษยชาติและจะไม่มีผู้รอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท้ายที่สุด AI มองว่ามนุษย์เป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของมันเอง 

“วิธีหนึ่งที่ AI ที่ผิดพลาดอาจทำให้โลกแย่ลงได้คือ มันอาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้อย่างแท้จริง จนแม้แต่ดาวอังคารก็ไม่ปลอดภัย”

บูเทอริน อ้างอิงการสำรวจในเดือนสิงหาคม 2565 จากนักวิจัยด้านแมชชีนเลิร์นนิงกว่า 4,270 คน ซึ่งได้ประเมินโอกาสไว้ที่ 5-10% ที่ AI จะฆ่ามนุษยชาติ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ บูเทอริน เน้นย้ำว่าตัวอย่างในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่อง “สุดโต่ง” แต่ก็มีอาจมีทางที่มนุษย์จะมีชัยเช่นกัน

การเชื่อมต่อสมองควบคุมการทำงานของเทคโนโลยี

Buterin แนะนำให้มีการบูรณาการ brain-computer interfaces (BCI) เพื่อให้มนุษย์สามารถควบคุมรูปแบบการคำนวณและการรับรู้ที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสิ่งนี้จะช่วยลดวงจรการสื่อสารสองทางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรจากไม่กี่วินาทีเหลือเพียงมิลลิวินาที และที่สำคัญกว่านั้นคือทำให้แน่ใจว่ามนุษย์ยังคงรักษา “สิทธิ์เสรี” ไว้ได้ในระดับหนึ่งทั่วโลก

แม้แต่ดาวอังคารก็ยังไม่ปลอดภัย ถ้า AI ที่ชาญฉลาดต่อต้านมนุษยชาติ

บูเทอริน แนะนำว่าเส้นทางนี้จะ “ปลอดภัยกว่า” เนื่องจากมนุษย์อาจมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแต่ละครั้ง

“เรา สามารถลดแรงจูงใจในการส่งต่อความรับผิดชอบในการวางแผนระดับสูงให้กับ AI เอง และด้วยเหตุนี้มันจึงลดโอกาสที่ AI จะทำบางสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าของมนุษยชาติโดยสิ้นเชิงด้วยตัวมันเอง”

บูเทอริน สรุปว่า พวกเรา “มนุษย์” คือดวงดาวที่สว่างที่สุดในจักรวาล ในขณะที่เราได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพของมนุษย์มาเป็นเวลาหลายพันปี และหวังว่าจะมีอีกมากมายในอนาคต

อ้างอิง : cointelegraph