รีวิว "Instax Mini 13" กล้องอินสแตนท์หน้าตาสุดน่ารัก ฟีเจอร์ครบ ในงบสามพันมีทอน เก็บทุกความทรงจำให้จับต้องได้
KEY POINTS
- Instax Mini 13 เป็นกล้องอินสแตนท์ดีไซน์ใหม่ มีให้เลือก 5 สีพาสเทล ในราคา 2,690 บาท
- กล้อง Instax Mini 13 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญคือ Self-Timer หรือการตั้งเวลาถ่ายภาพ ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่กลุ่มได้สะดวกและภาพไม่สั่น
- Instax Mini 13 มาพร้อมระบบปรับแสงอัตโนมัติ (Auto Exposure) และโหมดถ่ายภาพระยะใกล้ (Close-up) ที่ปรับแก้ช่องมองภาพให้แม่นยำขึ้น
ในยุคที่เราลั่นชัตเตอร์สมาร์ตโฟนกันวันละหลายร้อยภาพแล้วปล่อยให้รูปเหล่านั้นร่วงหล่นอยู่ในหน่วยความจำ สัมผัสของการได้ถือรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏภาพขึ้นมาตรงหน้ายังคงเป็นมนตร์เสน่ห์ที่ไม่มีเทคโนโลยีใดมาทดแทนได้
วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะพาทุกคนย้อนเวลาไปสัมผัสกับเสน่ห์เหล่านั้นอีกครั้งผ่านรีวิว Fujifilm Instax Mini 13 กล้องอินสแตนท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำและมิตรภาพ ด้วยดีไซน์น่ารักน่าพกพา และฟีเจอร์ใหม่ที่อัปเกรดมาเพื่อแก้ปัญหาของคนรักการถ่ายภาพโดยเฉพาะ กล้องตัวนี้จะเปลี่ยนทุกโมเมนต์ธรรมดาให้กลายเป็นภาพถ่ายที่จับต้องได้และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ดีไซน์ใหม่นุ่มฟูละมุนใจ
หน้าตาของ Instax Mini 13 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความโค้งมนและเลย์เอาต์ที่คุ้นเคยจากรุ่นก่อนหน้าเอาไว้ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการปรับพื้นผิวและเซาะลวดลายใหม่ที่ทำให้ตัวกล้องดูนุ่มฟูและละมุนมือมากยิ่งขึ้นเวลาจับถือ จึงเป็นทั้งกล้องถ่ายรูปและเป็นไอเทมแฟชั่นเก๋ๆ ที่ชวนให้หยิบออกไปใช้งานทุกวัน
ตัวกล้องมาพร้อมกับโทนสีพาสเทลหวานๆ ถึงห้าสีให้เลือกสะท้อนตัวตนของคุณ ซึ่งนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับกระเป๋ากล้องสีสันต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังใช้งานง่ายสุดๆ ด้วยถ่านขนาด AA จำนวนสองก้อนที่หาซื้อได้ทั่วไป และยังมาพร้อมกับการเปิดตัวฟิล์มมินิลายใหม่อย่างลายกาแล็กซี ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มจินตนาการในทุกกรอบภาพของคุณให้พิเศษกว่าที่เคย
Self-Timer ฟีเจอร์ใหม่ที่ชาวแก๊งรอคอย
เชื่อว่าหลายคนที่เคยถ่ายกล้องอินสแตนท์น่าจะเคยเจอปัญหาเวลาเซลฟี่กับกลุ่มเพื่อน ที่ต้องคอยให้สัญญาณนับหนึ่งถึงสาม พอถึงจังหวะกดชัตเตอร์จริงๆ ปากก็เกร็ง รอยยิ้มก็เริ่มแข็ง แถมบางทีกดแรงไปจนกล้องสั่น ภาพที่ออกมาก็เลยเบลอไปอย่างน่าเสียดาย แต่สำหรับ Instax Mini 13 ทางฟูจิฟิล์มได้แก้ปัญหานี้ด้วยการใส่ฟีเจอร์ตั้งเวลาถ่ายหรือ Self-Timer เข้ามาที่บริเวณปุ่มชัตเตอร์เลย เพียงแค่ดันคันโยกสั้นๆ หนึ่งครั้ง ไฟสถานะจะกะพริบเพื่อตั้งเวลาสองวินาที ช่วยให้มีเวลาโพสท่าและลดการสั่นไหวจากการกดนิ้ว หรือถ้าหากต้องการถ่ายภาพกลุ่มแบบเต็มตัว ก็ดันคันโยกค้างไว้สองวินาทีเพื่อตั้งเวลาสิบวินาทีได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณสายคล้องกล้องที่ให้มาในกล่อง ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมฐานรองที่ช่วยปรับองศาการเงยของตัวกล้องเวลาวางตั้งโต๊ะ ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่แบบวางกล้องทิ้งไว้เป็นเรื่องง่าย ได้มุมสวยเป๊ะโดยไม่ต้องง้อใครมาเป็นตากล้องให้
เล็งตรงไหนได้ตรงนั้น
อีกหนึ่งความท้าทายของการใช้กล้องประเภทเรนจ์ไฟนเดอร์คือ ภาพที่เห็นในช่องมองภาพกับภาพที่เลนส์รับได้จริงมักจะเยื้องกันเล็กน้อยเมื่อถ่ายในระยะใกล้ แต่ปัญหานี้จะจบลงด้วยระบบช่องมองภาพที่พัฒนาขึ้นใหม่ของรุ่นนี้ เมื่อต้องการถ่ายภาพระยะใกล้ที่ระยะ 30 ถึง 50 เซนติเมตร เพียงแค่หมุนหน้าเลนส์เข้าสู่โหมด Close-up ระบบ Parallax Correction จะทำงานร่วมกับช่องมองภาพเพื่อปรับกรอบภาพให้ตรงกับสิ่งที่คุณกำลังเล็งอยู่แบบพอดิบพอดี ทำให้การจัดองค์ประกอบภาพตรงกลางเฟรมแม่นยำขึ้นมาก
นอกจากนี้ยังมีกระจกสะท้อนเงาบานเล็กหรือ Selfie Mirror ที่อยู่ด้านหน้าเลนส์ คุณจะเช็กหน้า เช็กผม และจัดเฟรมภาพเซลฟี่ของตัวเองกับเพื่อนสนิทได้อย่างมั่นใจ ไม่มีคำว่าตกขอบหรือหลุดเฟรมอีกต่อไป
Auto Exposure อัจฉริยะ แสงสวยในทุกสภาวะ
ไม่ว่าจะออกไปเที่ยวคาเฟ่กลางสวนที่มีแสงแดดจ้า หรืออยู่ในงานปาร์ตี้ที่มีเพียงแสงสลัวๆ ก็หยิบ Instax Mini 13 ขึ้นมาลั่นชัตเตอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องปวดหัวกับการตั้งค่าใดๆ เพราะตัวกล้องมาพร้อมกับระบบปรับแสงอัตโนมัติหรือ Auto Exposure ที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและแม่นยำ ระบบจะทำการคำนวณแสงสว่างรอบข้างและปรับความเร็วชัตเตอร์ให้อย่างเหมาะสม หากระบบพบว่าเรากำลังถ่ายภาพในมุมมืดหรือในที่ร่ม กล้องก็จะยิงแฟลชให้เองโดยอัตโนมัติด้วยปริมาณแสงที่พอดี ไม่ทำให้ฉากหลังมืดสนิทหรือสว่างจ้าจนเกินไป เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดความกังวลเรื่องทฤษฎีการถ่ายภาพ ทำให้เราจดจ่ออยู่กับความสุขและรอยยิ้มของคนตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
เครื่องบันทึกความทรงจำที่จับต้องได้
เรายอมรับเลยว่า Instax Mini 13 เป็นการต่อยอดที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งาน เพราะไม่ใช่แค่กล้องที่หน้าตาน่ารัก แต่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราอยากหยิบออกไปบันทึกเรื่องราวในทุกๆ วัน ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้น สนุกขึ้น และเปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวหรือไปเป็นกลุ่มใหญ่ ได้มีรูปภาพสวยๆ ร่วมกัน ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การได้เฝ้ารอแผ่นฟิล์มใบเล็กๆ ค่อยๆ ปรากฏภาพช่วงเวลาที่มีความหมาย เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า การมอบรูปถ่ายอินสแตนท์ให้เพื่อนหรือคนรักสักใบเปรียบเสมือนการมอบของขวัญแห่งความทรงจำที่จับต้องได้ กล้องตัวนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่บันทึกแสงและเงา แต่ทำหน้าที่บันทึกมิตรภาพและความผูกพันให้อยู่กับเราตลอดไป
ราคาและการวางจำหน่าย
Instax Mini 13 มี 5 สีให้เลือก ได้แก่ Dreamy Purple (สีม่วง), Candy Pink (สีชมพู), Frost Blue (สีฟ้า), Lagoon Green (สีเขียว) และ Clay White (สีขาว) จำหน่ายราคา 2,690 บาท
หาซื้อได้ตามร้านคู่ค้าของ Synnex เช่น B2S,Dotlife, Pix-One, Pro gadget, Moni game gadget storeและช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมไปถึง FUJIFILM House of Photography





