การกลับมาของตระกูล Galaxy Z ในปีนี้ จาก Samsung คือครั้งแรกที่มีการปรับกระบวนทัพรื้อโครงสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด โดยขยายทางเลือกจากเดิมสองรุ่นให้กลายเป็นสามรุ่น ได้แก่ Galaxy Z Fold8, Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Flip8 เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและเข้าไปจัดการกับความหงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของเราได้อย่างตรงจุด
KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะพาไปจับเครื่องจริง ลองเล่นฟีเจอร์เด่น ไปดูกันว่ามีอะไรที่แตกต่างจากเดิม และเพิ่มเติมความยอดเยี่ยมแค่ไหนก่อนจะเปิดขายจริง
'Galaxy Z Fold8' พับไซส์ใหม่ ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม
เริ่มต้นด้วยไฮไลต์ที่สร้างความประหลาดใจที่สุดอย่าง Galaxy Z Fold8 ไซส์ใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มคนรักการเสพคอนเทนต์โดยเฉพาะ ปัญหาคลาสสิกของการใช้สมาร์ตโฟนทั่วไปคือพื้นที่หน้าจอที่ไม่เพียงพอต่อการทำหลายสิ่งพร้อมกัน แต่รุ่นนี้ตอบโจทย์ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาหวิวเพียง 201 กรัม ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้การถือใช้งานด้วยมือเดียวบนขบวนรถไฟฟ้าที่แออัดกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
เมื่อกางหน้าจอขนาด 7.6 นิ้วออก จะพบกับสัดส่วนหน้าจอใหม่แบบ 4:3 ในแนวนอน ซึ่งเป็นระยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการรับชมภาพยนตร์หรือวิดีโอ ในขณะเดียวกัน เมื่อพับเครื่อง หน้าจอด้านนอกจะให้ความรู้สึกและสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับแอปพลิเคชันอินสตาแกรม ทำให้การพิมพ์ข้อความหรือไถฟีดโซเชียลเป็นไปอย่างคุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ
ความเหนือชั้นของ Galaxy Z Fold8 ยังรวมถึงฟีเจอร์การแบ่งหน้าจอแนวตั้งแบบสามแอปพลิเคชันขนานกัน ซึ่งช่วยลบความหงุดหงิดเวลาที่ต้องสลับแอปไปมา ทุกอย่างทำได้จบในหน้าจอเดียวโดยไม่มีส่วนใดบดบังคอนเทนต์หลัก
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบกล้องคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลยังได้รับการปรับจูนโทนสีผิวให้อมชมพูดูเป็นธรรมชาติ พร้อมฟีเจอร์พับครึ่งจอถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังถือกล้องคอมแพก
'Galaxy Z Fold8 Ultra' พี่ใหญ่ทรงพลัง
ในการใช้งานสเกลใหญ่ Galaxy Z Fold8 Ultra คือพี่ใหญ่ที่เกิดมาเพื่อรับหน้าที่นี้ นี่คือสมาร์ตโฟนที่ท้าทายขีดจำกัดของวิศวกรรมด้วยความบางเมื่อกางออกเพียง 4.1 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 215 กรัม แต่ในความบางเบากลับซ่อนขุมพลังมหาศาลเอาไว้ภายใน สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือระบบบานพับ Flex Magnetic Hinge ที่ออกแบบใหม่ให้ความรู้สึกสปริงตัว มั่นคง และกางออกได้ง่ายดาย ผสานเข้ากับเทคโนโลยีหน้าจอ Flex Titanium ที่ใช้ฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยร่วมกับแผ่นไทเทเนียม ช่วยกระจายแรงกดทับจนทำให้รอยพับกลางจอเนียนตาขึ้นจนแทบไม่สังเกตเห็น
หน้าจอขนาด 8 นิ้วของรุ่น Ultra สว่างจ้าทะลุขีดจำกัดถึง 3,000 nits พร้อมการเคลือบสารลดแสงสะท้อนที่หน้าจอด้านนอก ทำให้การอ่านเอกสารสำคัญหรือพรีเซนต์งานกลางแจ้งทำได้ชัดเจนเต็มตา
ส่วนระบบกล้องจัดเต็มเทียบเท่าเรือธงตระกูล Ultra ด้วยเลนส์หลัก 200 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 50 ล้านพิกเซล และเลนส์ซูม 10 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Log ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 และแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ที่รองรับชาร์จไว 45 วัตต์ พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP48 สมาร์ตโฟนรุ่นนี้จึงทำงานได้ไม่แพ้แท็บเล็ตสเปกแรงๆ เลยทีเดียว
'Galaxy Z Flip8' ไอเทมสายไลฟ์สไตล์ ที่ถ่ายรูปสนุกกว่าเดิม
Galaxy Z Flip8 ยังคงทำหน้าที่เป็นไอคอนแห่งความมีสไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยความบางเฉียบ 6.1 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 180 กรัม มาพร้อมสีสันสดใสอย่างสีชมพู Pale Pink ที่ถูกต้องและโดนใจ
แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้พิเศษกว่าที่เคยคือลูกเล่นใหม่ที่เรียกว่า Flip Show ฟีเจอร์นี้จะเข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศการถ่ายภาพให้สนุกยิ่งขึ้น โดยหน้าจอด้านนอกจะตั้งค่าให้แสดงผลภาพเคลื่อนไหว แอนิเมชันดุ๊กดิ๊ก หรือไฟล์ GIF เพื่อดึงดูดสายตาหรือเรียกรอยยิ้มจากผู้ถูกถ่ายได้ เป็นการทลายความเขินอายและเรียกความเป็นธรรมชาติออกมาได้
นอกจากนี้ การใช้งานกล้องหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ยังผสานกับระบบกันสั่นอัจฉริยะที่ล็อกเส้นขอบฟ้าได้เป๊ะมาก ภาพที่ได้จะนิ่งและมีมิติที่สมบูรณ์แบบในทุกการเคลื่อนไหว
ฟีเจอร์ใหม่ My Fan Cam เมนคนไหนก็ไม่พลาด!
ไม่ใช่เพียงฮาร์ดแวร์ ทว่าระบบปฏิบัติการ One UI 9 ยังมาพร้อมกับนวัตกรรม AI ที่ล้ำหน้าอย่าง My Fan Cam ฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโออัจฉริยะที่เปรียบเสมือนการมีตากล้องส่วนตัว ระบบจะทำการตรวจจับบุคคลในเฟรมอัตโนมัติ และเมื่อเลือกเป้าหมายที่ต้องการระบบจะทำการครอปและแพนมุมกล้องตามบุคคลนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะขยับไปทิศทางใด ฟีเจอร์นี้ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากในการบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเลือกสัดส่วนภาพแบบ 9:16 เพื่อนำไปใช้งานต่อบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นได้ทันที


